“WATCH ME” เมื่อโชว์ที่กรุงเทพฯ ทำให้เราอยากจับตาก้าวต่อไปของ BE:FIRST
จาก “Who is BE:FIRST?” ที่ชวนให้เราได้รู้จักพวกเขาผ่านคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย มาถึง “WATCH ME” ที่เหมือนชวนให้จับตาดูว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน การกลับมาครั้งนี้ของ BE:FIRST จึงมีทั้งความตื่นเต้นของบทใหม่และความคุ้นเคยที่ทำให้เราอยากกลับไปเจอพวกเขาเสมอ
หลังเสียงดนตรีเปิดโชว์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเข้าสู่มหากาพย์บทใหม่จบลง บทสนทนาทางโทรศัพท์ที่ชวนกันไปดูวงสุดเจ๋งวงหนึ่งก็พาเราเข้าสู่ BE:FIRST WORLD SHOWCASE 2026 “WATCH ME” ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นี่เป็นครั้งที่ 5 ที่เราได้ดูการแสดงสดของพวกเขา ต่อจากครั้งล่าสุดที่ Lalala Festival 2026 และเป็นการขึ้นแสดงในประเทศไทยครั้งที่ 3 ของวงด้วย

ตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง สมาชิกทั้ง 6 คนอย่าง SOTA, SHUNTO, MANATO, RYUHEI, JUNON และ LEO พา BESTY ชาวไทยโยก กระโดด กรี๊ด และร้องตามกันแทบไม่มีพัก พร้อมจัดเพลงจาก Global EP ชุดแรก “WATCH ME” ที่เพิ่งปล่อยเมื่อวันที่ 18 กันยายน มาครบทั้ง 5 เพลง ให้เราได้สัมผัสด้วยตาและหูว่าเมื่อผลงานบทใหม่นี้มาอยู่บนเวที เสน่ห์ของมันจะยิ่งชัดขึ้นขนาดไหน BE:FIRST
เปิดโชว์ด้วย “WATCH ME” พร้อมเสน่ห์ของเพลงใหม่ที่ยิ่งชัดเมื่อได้ฟังสด
วงเปิดโชว์ด้วย “WATCH ME” ได้เหมาะกับชื่อทัวร์ที่สุด ทั้งจังหวะและการแสดงเหมือนกำลังบอกคนดูว่า จากนี้ขอให้จับตาดูพวกเขาให้ดี เพลงไตเติลที่ใน EP ได้แรปเปอร์ BIA มาร่วมงานจึงทำหน้าที่เหมือนประตูบานแรก พาเราเข้าสู่โลกดนตรีที่มั่นใจและกล้าลองอะไรใหม่ ๆ ของ BE:FIRST
พอเรียกความสนใจจากทั้งฮอลล์ได้อยู่หมัด ก็ส่งต่อความสนุกด้วย “Boom Boom Back” ที่ซาวด์แบ็กกิงให้ความรู้สึกเหมือนมีวงดนตรีเล่นอยู่ด้านหลัง ยิ่งขับให้การร้องและแรปของสมาชิกมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ตามด้วย “GRIT” ที่ได้ร้องรับไปด้วยอย่างสนุกสนาน ส่วนแดนซ์เบรกช่วงท้ายก็ยังเป็นจังหวะที่ไม่ว่าจะได้ดูกี่ครั้ง เราก็ชอบทุกครั้งอยู่ดี

ก่อนจะมาถึง “CAGLIOSTRO” อีกเพลงจาก EP ใหม่ที่ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า ตอนฟังเวอร์ชันออดิโอเรายังไม่ได้รู้สึกผูกพันกับมันมากนัก แต่พอได้เห็นการแสดงสดกลับเปลี่ยนความรู้สึกไปเลย ทั้งพลังของสมาชิกและการถ่ายทอดเพลงบนเวทีทำให้เราอยากกลับไปฟังมันอีกครั้ง เป็นอีกเพลงที่ยืนยันว่าบางครั้งการได้ดูไลฟ์ก็ทำให้เราค้นพบเสน่ห์ที่ยังไม่ทันสังเกตตอนใส่หูฟังอยู่บ้าน
หลังเร่งเครื่องกันไปชุดใหญ่ สมาชิกก็พักทักทายและเช็กเสียงแฟน ๆ เล็กน้อย สิ่งหนึ่งที่เราชอบเสมอคือความพยายามใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับผู้ชมของพวกเขา ทำให้ช่วงพูดคุยเป็นเวลาที่ทุกคนในฮอลล์เข้ามามีส่วนร่วมได้ และรู้สึกว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงที่ถูกใจเราเป็นพิเศษ เพราะเพลงโปรดถูกจัดมาให้ฟังต่อกันแบบยาว ๆ เริ่มจาก “Don’t Wake Me Up” ที่ฟังกี่ครั้งก็ยังรู้สึกน่ารักและอยากกระโดดตาม ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนอารมณ์ด้วย “Missing” เมื่อเสียงเพลงทำงานคู่กับภาพท้องฟ้าบนจอ ภาพทะเลไทยจากเอ็มวีก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน เป็นความเศร้าที่มีทั้งความสวยงามและความคิดถึงอยู่ด้วยกัน

แล้วก็มาถึง “PAPER SCARS” เพลงที่เราชอบที่สุดจาก EP “WATCH ME” แค่อินโทรและเสียงของ SHUNTO ขึ้นมาก็ทำเอากรี๊ดสุดเสียงแล้ว ดีใจจริง ๆ ที่ได้ฟังเพลงนี้สด ๆ เพราะท่ามกลางเพลงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและพลัง “PAPER SCARS” เปิดพื้นที่ให้เราได้ฟังอีกด้านของวงที่อ่อนโยนและเปราะบางกว่าเดิม
เบื้องหลังเพลงนี้ MANATO มีส่วนร่วมในการเขียนด้วย ซึ่งยิ่งทำให้การได้ฟังเสียงของพวกเขาถ่ายทอดเพลงตรงหน้าเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ สำหรับเรา เสน่ห์ของมันอยู่ที่การพาอารมณ์ทั้งฮอลล์ให้ค่อย ๆ นิ่งลง แล้วปล่อยให้เสียงร้องทำงานอย่างเต็มที่
จากเสียงร้องที่อยากฟังวน สู่ช่วงเดือดที่ละสายตาไม่ได้
ความละมุนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นบรรยากาศชวนเขินนิด ๆ ใน “Secret Garden” และ “Grow Up” ก่อนพักพูดคุยกันอีกช่วง แล้วต่อด้วย “Sapphire” ที่เป็นหนึ่งในเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่เราอยากให้ยาวกว่านี้อีกหน่อย
ทั้งท่าเต้น การใช้ไมค์ขาตั้ง ภาพบนจอ และแสงที่ช่วยพาสายตาไปยังสมาชิกแต่ละคน ทำให้เราได้โฟกัสกับเสียงร้องของพวกเขาอย่างเต็มที่ เป็นช่วงที่ฟังเพลินจนไม่อยากให้เพลงจบ และยิ่งได้ฟังชัด ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเสียงของทั้ง 6 คนมีเสน่ห์ต่างกัน แต่พออยู่ด้วยกันแล้วกลับลงตัวมาก

จาก “SOS” อุณหภูมิในฮอลล์ก็ค่อย ๆ สูงขึ้นอีกครั้งด้วย “Stare In Wonder” ก่อนเข้าสู่ “Rondo” อีกเพลงที่เราตั้งตารอดูสดซ้ำ หลังได้ดูที่ Lalala Festival แล้วรู้สึกฮึกเหิมจนยังจำอารมณ์นั้นได้ โดยเฉพาะเนื้อเสียงของ SHUNTO และ SOTA ที่เราชอบมาก ยิ่งมาอยู่ในบรรยากาศคอนเสิร์ตเดี่ยวแบบนี้ก็ยิ่งฟังได้เต็มอิ่ม
ความเดือดถูกส่งต่อผ่าน “Masterplan” และ “Mainstream” ก่อนเข้าสู่ “DEAD EYES EVERYWHERE” ด้วยทรานซิชันที่ทำเราอยากร้องว้าวออกมาดัง ๆ เป็นการต่อเพลงที่ประทับใจมาก และพอได้ฟังเพลงนี้สดก็ยิ่งชอบกว่าเดิมอีก
“DEAD EYES EVERYWHERE” เป็นอีกแทร็กใน EP ที่มี ATL Jacob ร่วมงานด้วย และบนเวทีกรุงเทพฯ ทั้งภาพบนจอและท่าเต้นก็ช่วยเสริมบรรยากาศของเพลงให้ชัดขึ้น ดูแล้วเพลินจนแทบละสายตาไม่ได้ ยิ่งเมื่อวางอยู่ต่อจาก “Mainstream” ก็ยิ่งรู้สึกว่าทั้งเพลงที่เราคุ้นเคยและเพลงใหม่กำลังรับส่งพลังกันอย่างสนุก
ถ้าช่วงก่อนหน้าเผยให้เห็นความหลากหลายของเสียงร้อง ช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่พลังการร้อง แรป และเต้นของ BE:FIRST ทำงานร่วมกันแบบเต็มกำลัง จนเข้าใจเลยว่าทำไมเพลงที่ฟังผ่านหูฟังมาหลายรอบถึงยังทำให้เราตื่นเต้นได้อีก เมื่อได้เห็นพวกเขาถ่ายทอดมันตรงหน้า
ความสุขบนเวทีที่อยากให้พวกเขาพกติดตัวไปทั่วโลก
หลังผ่านช่วงเดือด เสียงคลื่นก็พาเราเข้าสู่ “Sailing” และบรรยากาศสดใสอีกครั้ง ตามด้วย “Muchu” เพลงรักน่ารักที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายคนได้รู้จัก BE:FIRST มากขึ้น ก่อนจะถึง “Blissful” ที่สมาชิกดูมีความสุขกันจนเรายิ้มตามไปด้วย

จังหวะที่พวกเขาหลุดขำกันบนเวทีทำให้เราเองก็หัวเราะตาม ส่วนช่วงท้ายที่ได้ร้องประสานเสียงไปกับสมาชิกและ BESTY ทั้งฮอลล์ก็ยังเป็นโมเมนต์ที่เก็บกลับไปนึกถึงได้เสมอ เสน่ห์ของเพลงนี้สำหรับเราจึงอยู่ทั้งในเสียงเพลงและในรอยยิ้มของคนที่กำลังร้องมัน
ช่วงพูดคุยท้ายโชว์ MANATO ยังเล่าย้อนถึงความทรงจำในประเทศไทย ตั้งแต่คอนเสิร์ตครั้งแรก การขึ้นเวที SUMMER SONIC BANGKOK การที่เขาและ RYUHEI มาร่วมงาน NIPPON HAKU BANGKOK 2025 ไปจนถึงการมาถ่ายเอ็มวี “Missing” ฟังแล้วก็รู้สึกว่า หนุ่ม ๆ มาบ่อยใช้ได้เหมือนกันนะ แต่ถ้าจะมาบ่อยกว่านี้อีก เราว่า BESTY ไทยก็พร้อมต้อนรับเสมอ!
เมื่อเข้าสู่ “Bye-Good-Bye” ก็เริ่มรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเกินไปแล้ว ยิ่งต่อด้วย “I Want You Back” ก็ยิ่งอยากร้องเพลงนี้ดัง ๆ กลับไปหาพวกเขาบนเวทีว่าอย่าเพิ่งไป กลับมาก่อนนน! ก่อนเสียงของ “WATCH ME” จะกลับมาในช่วงอินเตอร์ลูด ชวนให้ทุกคนร้องตามและเตรียมตัวรับความสนุกอีกชุด

ช่วงเอนคอร์ “BRUCE WAYNE” กลับมาเร่งเครื่องให้ฮอลล์ร้อนขึ้นอีกครั้ง เพลงที่ได้ Flo Milli และ ATL Jacob มาร่วมงานนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่เรารู้สึกว่ามีความอินเตอร์ชัดเจน แต่ยังได้ยินความเป็น BE:FIRST อยู่เต็ม ๆ ทั้งน้ำเสียง วิธีแรป และการถ่ายทอดบนเวที ส่วนท่าเต้นในท่อนที่พูดถึงการใส่กางเกงแบ็กกีบนพรมแดงก็เป็นอีกจุดที่เราชอบมาก
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในบทสัมภาษณ์กับ Rolling Stone วงเล่าถึงการทำงานเพลงที่ลอสแอนเจลิสว่า พวกเขาไม่ได้รับทุกไอเดียมาใช้ทันที แต่ยังพิจารณาว่าเนื้อร้องและสิ่งที่กำลังจะสื่อเหมาะกับตัวเองจริงหรือเปล่า การก้าวออกไปทำงานกับคนใหม่ ๆ จึงมาพร้อมการทำความเข้าใจตัวตนของตัวเองด้วย สำหรับเรา นี่อาจเป็นเหตุผลที่เพลงอย่าง “BRUCE WAYNE” ฟังดูสดใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังรู้สึกได้ว่าเป็นเพลงของพวกเขา
ก่อนปิดท้ายด้วย “BE:FIRST ALL DAY” ที่เลือกมาได้ถูกจังหวะมาก เหมือนกำลังฝากข้อความว่า ถึงคอนเสิร์ตจะจบแล้วก็ฟัง BE:FIRST กันต่อได้ทั้งวันทั้งคืน พร้อมท่าเต้นและการเดินบนเวทีช่วงท้ายที่ส่งโชว์ไปถึงจุดจบอย่างเท่และชัดเจน เป็นการบอกลาที่ทำให้เรายังพกจังหวะของเพลงติดตัวออกจากฮอลล์ไปด้วย

สำหรับเรา การกลับมาดู BE:FIRST ครั้งนี้ทำให้เห็นพัฒนาการของสมาชิกชัดขึ้นอีก ทั้งความหลากหลายในการใช้เสียงและการควบคุมเสียงระหว่างแสดง โดยเฉพาะ RYUHEI ที่รู้สึกว่าร้องได้นิ่งขึ้นมาก (เก่งเหมือนพี่ ๆ แล้ว!) ขณะเดียวกัน การได้เห็น BESTY ชาวไทยเพิ่มขึ้นก็ทำให้ชื่นใจที่เพลงของพวกเขากำลังเดินทางไปถึงผู้ฟังมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตลอดโชว์ พวกเขาพาเราอยู่กับเสียงร้องและการเต้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดหรือมีฉากเวทีใหญ่โต แค่ได้เห็นทั้ง 6 คนยิ้ม ร้อง เต้น และสนุกไปกับเพลงตรงหน้า ก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่ส่งมาถึงคนดู
ภาพนั้นทำให้เรานึกถึงสิ่งที่ SOTA เคยเล่าไว้ในบทสัมภาษณ์กับ DACO THAI ว่าอยากรักษาความรักและความสนุกที่มีต่อดนตรีเอาไว้ให้นานที่สุด พอได้เห็นพวกเขาบนเวทีครั้งนี้ ก็รู้สึกว่าความรักที่ว่านั้นส่งมาถึงเราได้จริง ๆ
จากคอนเสิร์ตที่เคยถามว่า “Who is BE:FIRST?” มาถึงวันที่พวกเขาชวนให้ “WATCH ME” เรารู้สึกว่าการไปยืนบนเวทีโลกเป็นสิ่งที่เห็นภาพชัดขึ้นทุกครั้งที่ได้ดูพวกเขา และสิ่งที่อยากจับตาต่อจากนี้ก็คือ เพลงใหม่และประสบการณ์ใหม่ ๆ จะพา BE:FIRST เติบโตไปในทิศทางไหน
ส่วนสิ่งที่หวังไว้ก็ยังเรียบง่ายเหมือนเดิม ขอให้พวกเขามีความสุขกับการยืนอยู่บนเวทีแบบนี้ต่อไป และหวังว่าเราจะได้กลับมายืนฟัง ร้องตาม และยิ้มไปกับพวกเขาอีกครั้งในประเทศไทย
และก่อนจะได้กลับไปเจอกันบนเวทีอีกครั้ง รอติดตามบทสัมภาษณ์พิเศษอีกชุด ได้ทาง DACO THAI และ NIPPON HAKU BANGKOK เร็ว ๆ นี้!
ติดตามและเป็นกำลังใจให้ BE:FIRST ได้ทาง
Website / Twitter (Japanese) / Twitter (Global) / Instagram / Facebook / TikTok / YouTube
อ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ ” BE:FIRST กับก้าวใหม่ที่ไร้พรมแดนในเพลง BRUCE WAYNE” คลิก



