TURN THE PAGE WITH SIRUP
ทุก ๆ หน้าที่เปิด อยากให้เป็นความทรงจำที่เรามีด้วยกัน
หากพูดถึงศิลปินญี่ปุ่นที่สามารถเชื่อมโลกของ R&B, Soul, Hip-Hop และ Pop เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ชื่อของ SIRUP คงเป็นหนึ่งในรายชื่อแรก ๆ ที่เรานึกถึง ด้วยเอกลักษณ์การร้องที่สลับไปมาระหว่างการร้องและการแร็ปอย่างลื่นไหล รวมถึงซาวด์ดนตรีที่อบอุ่น ทันสมัย และเต็มไปด้วยกรูฟอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปิน Neo-Soul ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของญี่ปุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่เดบิวต์ภายใต้ชื่อ SIRUP เขาได้สร้างผลงานที่กลายเป็นเพลงโปรดของแฟนเพลงทั่วเอเชียมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “LOOP”, “Do Well”, “Keep In Touch” ไปจนถึงการร่วมงานกับศิลปินมากมาย ทั้งจากสหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ไต้หวัน และไทย ขณะเดียวกันยังได้รับโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง JAMESON, BOSE และ MINI รวมถึงเคยจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ Nippon Budokan ได้สำเร็จ และมีผลงานได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Golden Melody Awards (GMA) หนึ่งในรางวัลดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกภาษาจีนอีกด้วย
ในปีที่ผ่านมา SIRUP กลับมาพร้อมอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 “OWARI DIARY” ผลงานที่ใช้เวลากว่า 4 ปีครึ่งในการรังสรรค์ โดยเล่าเรื่องราวการเติบโต การเปลี่ยนผ่าน และประสบการณ์ชีวิตของตัวเองผ่านแนวคิด “การสิ้นสุดคือการเริ่มต้นใหม่” ก่อนจะต่อยอดเรื่องราวเหล่านั้นสู่ทัวร์ “TURN THE PAGE” ที่เปรียบเสมือนการเปิดไดอารี่สู่หน้าถัดไปของชีวิต และในปี 2026 เรื่องราวเหล่านี้กำลังเดินทางออกจากญี่ปุ่นสู่แฟนเพลงทั่วเอเชีย รวมถึงกรุงเทพฯ ที่กำลังจะได้ต้อนรับเขาอีกครั้งในคอนเสิร์ต “SIRUP ASIA TOUR 2026 – TURN THE PAGE IN ASIA” วันที่ 4 กรกฎาคมนี้ด้วย
ก่อนที่วันแสดงจะมาถึง DACO THAI จึงไม่พลาดที่จะหาโอกาสพูดคุยกับ SIRUP ถึงซิงเกิลล่าสุด “Not AI” มุมมองต่อโลกยุคเทคโนโลยี กระบวนการสร้างสรรค์บทเพลง ความรู้สึกต่อแฟนเพลงชาวไทย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังคอนเสิร์ตครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ
— “Not AI” เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของมนุษย์ ความเป็นจริง และคุณค่าของ “การเป็นต้นฉบับ” อย่างตรงไปตรงมา เพื่อตอบรับต่อค่านิยมของยุค AI ที่กำลังพัฒนา ท่ามกลางสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยมีประเด็นหลักคือการที่เส้นแบ่งระหว่าง “ความจริง” กับ “สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์” ค่อย ๆ เลือนรางลง อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณอยากพูดถึงประเด็นนี้ผ่านบทเพลงนี้
เพลง “Not AI” เกิดขึ้นจากการที่ผมมองเห็นว่า AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเรามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในสายครีเอทีฟ แน่นอนว่ามันมีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ต้องระมัดระวัง แต่สุดท้ายแล้ว AI ก็เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และเป็นมนุษย์เองที่เลือกว่าจะใช้มันอย่างไร
ผมเลยอยากให้เพลงนี้ชวนทุกคนกลับมาตระหนักว่า AI คือสิ่งสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาจำลองของความจริงเท่านั้น แต่ตัวตนของเราต่างหากที่เป็นต้นแบบ และไม่ซ้ำใคร
ในทางดนตรี ผมเลยเลือกเล่าเรื่องนี้ด้วยซาวด์ที่สดใสและสนุก เพราะอยากเฉลิมฉลองความเป็นมนุษย์ ความแตกต่าง และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แต่ละคนมีอยู่ อยากให้ทุกคนภูมิใจในความเป็นตัวเองครับ
— แม้เพลงจะชื่อ “Not AI” แต่สิ่งที่ทำให้เพลงนี้ฟังดูอบอุ่นและมีความเป็นมนุษย์มาก ๆ คืออารมณ์และเมโลดี้ในแบบฉบับของ SIRUP สำหรับคุณแล้ว ในโลกของดนตรี อะไรคือสิ่งที่ AI ไม่มีวันแทนที่ได้
อาจเป็นคำตอบที่เรียบง่ายนะครับ แต่สำหรับผม AI จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย หากไม่มีมนุษย์คอยป้อนข้อมูลหรือกำหนดทิศทางให้
ในขณะที่มนุษย์เรามีแรงขับเคลื่อนบางอย่างอยู่ภายในตัวเอง เรามีความรู้สึก มีสัญชาตญาณ มีความปรารถนา และสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้เราลุกขึ้นมาสร้างสรรค์บางอย่างด้วยตัวเอง
ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่พิเศษที่สุด และเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ครับ
— เวลาที่คุณเริ่มสร้างเพลงสักเพลงหนึ่ง กระบวนการของคุณมักเริ่มจากอะไรก่อน Melody, Groove, Lyric, Concept หรือ Emotion
โดยปกติแล้วจะมี 2 รูปแบบครับ บางครั้งผมจะเริ่มทำจากเมโลดี้ก่อน แต่บางครั้งก็เริ่มทำจากความรู้สึกที่อยากจะร้องเพลงด้วยความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่ง ที่เกิดจากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้พบในชีวิตประจำวัน แล้วเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการทำเพลงขึ้นมาครับ

— “TURN THE PAGE” เป็นชื่อที่มีภาพของการเริ่มต้นบทใหม่ชัดมาก โดยเฉพาะหลังอัลบั้ม OWARI DIARY ที่พูดถึง “การสิ้นสุดคือการเริ่มต้นใหม่” ถ้าคอนเสิร์ตครั้งนี้คือการเปิดไดอารี่หน้าถัดไป คิดว่าหน้านั้นที่แฟน ๆ จะได้สัมผัสจะเป็นเรื่องราวแบบไหน
OWARI DIARY เป็นอัลบั้มที่รวบรวมเรื่องราวและประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของผมเอาไว้ เปรียบเหมือนไดอารี่เล่มหนึ่งที่บันทึกช่วงเวลาสำคัญตลอดหลายปีที่ผ่านมา
และสำหรับทัวร์ TURN THE PAGE ผมอยากให้เรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้เป็นของผมคนเดียวอีกต่อไป ผมอยากแชร์มันกับทุกคน และอยากให้ทุกเพลงกลายเป็นเรื่องราวของผู้ฟังทุกคนด้วย
ผมหวังว่าการได้ “พลิกหน้า” ผ่านเรื่องราวใน OWARI DIARY ไปพร้อมกัน จะทำให้ทั้งตัวผมและทุกคนได้มองเห็นตอนต่อไปของ SIRUP ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นครับ ซึ่งถ้าจะให้เลือกเพลงแรกของบทใหม่นั้น ก็คงเป็น “Not AI” นี่แหละครับ
— การได้กลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้งและพบกับแฟน ๆ ชาวไทย รู้สึกอย่างไรบ้าง และมีช่วงเวลาไหนที่คุณตั้งตารอมากที่สุดสำหรับการมาเยือนครั้งนี้
ครั้งก่อนที่มาตอนนั้นยังไม่ใช่การแสดงในรูปแบบที่มีวงดนตรี แต่แฟน ๆ ก็เอเนอจี้ร้อนแรง จัดเต็มกันมาก ๆ แล้ว
ครั้งนี้เป็นการแสดงคอนเสิร์ตรูปแบบที่มีวงดนตรี ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก พลังในการถ่ายทอดเลยจะยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก ผมเลยรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ และตั้งตาคอยที่จะได้เห็นรีแอ็กชันของแฟน ๆ ครับ
นอกจากนี้ คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็จะมีแขกรับเชิญอย่างคุณ JAMES ALYN WEE ด้วย ผมเลยตั้งตารอกับคอนเสิร์ตครั้งนี้มาก ๆ อยากเห็นแล้วครับว่าคอนเสิร์ตในวันนั้นจะออกมาเป็นยังไง

— ถ้าต้องอธิบายคอนเสิร์ตครั้งนี้ให้คนที่ยังไม่เคยดูไลฟ์ของ SIRUP มาก่อนใน 3 คำ คุณจะเลือกคำว่าอะไร
ผมเลือก 3 คำครับ Peace, Real และ Groove
Peace คือผมอยากสร้างบรรยากาศให้คอนเสิร์ตของผมเป็นพื้นที่ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถึงแม้การทำให้ทุกคนสนุกได้ 100% อาจเป็นเรื่องยาก แต่ผมรู้สึกว่าแฟน ๆ ของผมเองก็พร้อมเปิดใจให้กัน ผมก็เลยอยากจะสร้างพื้นที่ให้ทุกคนได้สนุกไปในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง และผมคิดว่าสิ่งนี้สะท้อนออกมาในดนตรีของผมด้วย เลยทำให้บรรยากาศในคอนเสิร์ตเต็มไปด้วยความสงบ อบอุ่น และเป็นมิตรครับ
Real คือความจริงใจครับ ถึงแม้ว่าผมจะอยู่บนเวทีในฐานะคนที่กำลังแสดง จนบางคนอาจรู้สึกว่าผมเป็นคนที่อยู่ไกลตัว แต่ผมก็พยายามวางตัวและปฏิบัติตัวให้ทุกคนรู้สึกได้ว่า ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกันครับ และเพราะเพลงของผมล้วนถ่ายทอดความรู้สึกและประสบการณ์จริงของตัวเอง ผมคิดว่าทุกคนจึงสามารถสัมผัสถึงความจริงใจและความเป็นธรรมชาติของผมผ่านบทเพลงได้ครับ
ส่วน Groove คือ จังหวะที่สนุกสนานครับ รากฐานทางดนตรีของผมเติบโตมากับ R&B, Soul และ Hip-Hop เวลาเรียบเรียงเพลงหรือออกแบบโชว์ ผมจะให้ความสำคัญกับจังหวะและความรู้สึกที่ทำให้ผู้ฟังอยากโยก อยากเต้นตามอยู่เสมอ ดังนั้นผมเชื่อว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะต้องทำให้ทุกคนสัมผัสถึง Groove ได้แน่ ๆ ครับ
เพราะฉะนั้น ถ้าจะอธิบายคอนเสิร์ตครั้งนี้สั้น ๆ ก็คงเป็นคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความสงบ ความจริงใจและจังหวะดนตรีอันสนุกสนานที่ถ่ายทอดรากเหง้าของตัวตนผมครับ
— คุณเคยร่วมงานกับ HYBS ในเพลง “I’m Blessed” มาแล้ว และครั้งนี้ JAMES ALYN WEE ก็จะมาเป็น Opening Act ด้วย รู้สึกอย่างไรบ้างกับการที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งผ่านคอนเสิร์ตเดี่ยวของคุณในครั้งนี้? และมีอะไรที่แฟน ๆ ควรตั้งตารอไหม
ถ้า JAMES ALYN WEE กับ SIRUP อยู่บนเวทีเดียวกัน… แฟน ๆ อาจจะได้ฟังเพลงเพลงนั้นก็ได้นะครับ (หัวเราะ)
ผมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมเวทีกับ JAMES อีกครั้ง เพราะส่วนตัวแล้วผมชื่นชอบเสียงร้องของเขามากจริง ๆ
ในฐานะศิลปิน ผมตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกันอีกครั้ง แต่ในฐานะแฟนเพลงคนหนึ่ง ผมก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันที่จะได้ชมการแสดงของเขาบนเวทีเดียวกันครับ
— ถ้าต้องเลือก 1 เพลงของตัวเองที่คุณคิดว่าเหมาะกับแฟนเพลงชาวไทยมากที่สุด คุณจะเลือกเพลงไหน
ถ้าให้เลือกก็น่าจะเป็นเพลง “LOOP” ครับ เพราะได้ยินมาว่าเพลงนี้เป็นที่รู้จักค่อนข้างเยอะในกลุ่มผู้ฟังชาวไทย ตัวเนื้อหาในเพลงก็เข้าใจได้ง่าย และในวิดีโอฝึกร้องเพลง “LOOP” ที่ผมโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย ก็จะมีซับไตเติ้ลอยู่ด้วย เลยอยากให้แฟน ๆ ทุกคนได้ลองฟัง และถ้าได้ร้องเพลงนี้ไปด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็คงจะดีใจมากครับ
— คุณเคยร่วมงานกับศิลปินไทยมาแล้ว ถ้าให้เลือกเพลงไทย 1 เพลงมา Cover ในสไตล์ของตัวเอง คุณอยากเลือกเพลงอะไร
อยากร้องเพลง “Dim The Lights” ของ JAMES ALYN ครับ และถ้ามีโอกาสได้ร่วมทำเพลงด้วยกันอีกก็น่าจะดีครับ
— ถ้ามี Free Day 1 วันในกรุงเทพฯ แบบไม่มีตารางงานเลย คุณอยากใช้วันนั้นอย่างไร
เพราะผมเป็นคนชอบเดินเล่น เลยอยากเดินเล่นชมเมืองไปเรื่อย ๆ อย่างเมื่อกี้ก็เพิ่งไปเดินเล่นที่สยาม ไปที่ที่วัยรุ่นชอบไปกันมา นอกจากนี้ก็อยากไปนั่งดื่มชิล ๆ ที่บาร์ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะตระเวนชิมผัดไทยหลาย ๆ ร้าน และอยากลองกินอาหารไทยหลาย ๆ อย่างด้วย
ผมมาไทยประมาณ 5 ครั้งแล้ว แต่ยังไม่เคยลองกินเมนูแกงมัสมั่นเลย เลยอยากจะลองกินให้ได้ครับ

— สุดท้าย ฝากข้อความถึงแฟน ๆ ชาวไทยที่รอคอยคอนเสิร์ตเดี่ยวของคุณในประเทศไทยหน่อย
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เราได้เจอกันในประเทศไทย ครั้งนี้ผมกลับมาพร้อมการแสดงในรูปแบบวงดนตรีและโปรดักชันที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทั้งงานภาพ เวที และองค์ประกอบต่าง ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดโลกของ SIRUP ให้ทุกคนในประเทศไทยได้สัมผัสเหมือนกับที่แฟน ๆ ในญี่ปุ่นได้สัมผัสเช่นกัน
ผมอยากให้ทัวร์ครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดสำหรับทุกคน ตอนนี้ผมตื่นเต้นมากและเฝ้ารอวันที่จะได้พบทุกคนครับ แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯ นะครับ
สำหรับใครที่หลงรักซาวด์อันนุ่มลึกของ SIRUP ผ่านเพลงอย่าง LOOP, Do Well, Keep In Touch หรือ I’m Blessed การแสดงครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสัมผัสเสน่ห์ของเขาแบบเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการมาแสดงในรูปแบบวงดนตรี การออกแบบโปรดักชันที่ยกมาจากญี่ปุ่น และการปรากฏตัวของ JAMES ALYN WEE ในฐานะ Opening Act ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงเป็นการแสดงที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด

SIRUP ASIA TOUR 2026 “TURN THE PAGE IN ASIA” (Bangkok)
Lido Connect Hall 2
4 กรกฎาคม 2026
ซื้อบัตร: คลิก
ถ้าคุณพร้อมจะเปิดหน้าถัดไปของไดอารี่เล่มนี้ไปพร้อมกับ SIRUP ห้ามพลาดที่จะไปเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยกรูฟ ความทรงจำ และเรื่องราวบทใหม่ที่กำลังจะถูกเขียนขึ้นร่วมกันบนเวทีแห่งนี้
อ่าน “Fuji Rock Festival 2026 Guide ไปครั้งแรก เตรียมตัวยังไงให้สนุกที่สุด” คลิก

