AiNA THE END: เสียงแหบที่เปล่งประกาย จากความเปราะบางสู่เวทีเดี่ยวในกรุงเทพฯ
หากพูดถึงศิลปินหญิงจากญี่ปุ่นที่มี “เสียง” เป็นเอกลักษณ์จนยากจะลืม ชื่อของ AiNA THE END คงเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย จากจุดเริ่มต้นในฐานะสมาชิกของวง BiSH วงไอดอลสายพังก์นอกกรอบที่ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงสดอันดุดันและไม่เหมือนใคร เธอค่อย ๆ สร้างพื้นที่ของตัวเองผ่านเสียงร้องที่ทั้งเปราะบางและทรงพลัง จนกลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่ถูกจับตามองมากที่สุดในยุคนี้
หลังจาก BiSH ประกาศยุบวงในปี 2023 AiNA THE END ก็เดินหน้าสู่เส้นทางศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว พร้อมปล่อยผลงานที่สะท้อนตัวตนของเธอได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม THE END (2021), THE ZOMBIE (2023) และ RUBY POP (2024) ที่ถ่ายทอดอารมณ์หลากหลายผ่านดนตรีอัลเทอร์เนทีฟป๊อปที่ทั้งหม่น ลึก และงดงามในแบบของเธอเอง

นอกจากผลงานเพลงที่ถูกเลือกใช้ในซีรีส์ ภาพยนตร์ และโฆษณามากมาย เธอยังขยายขอบเขตไปสู่งานแสดง ทั้งการรับบทนำในมิวสิคัล Janis และภาพยนตร์ Kyrie ของ Shunji Iwai ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลด้านการแสดงหลายเวที ยิ่งตอกย้ำว่า AiNA THE END ไม่ได้เป็นเพียงนักร้อง แต่คือศิลปินที่เล่าเรื่องผ่านทุกสื่อที่เธอเลือกใช้
และก่อนที่เธอจะเดินทางมาสร้างช่วงเวลาสำคัญกับแฟนเพลงชาวไทย ในคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก Very Live Presents AiNA THE END : PICNIC Live Tour 2026 In Bangkok วันที่ 28 เมษายนนี้ ณ The Street Hall ทาง DACO THAI ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ ถึงตัวตน เส้นทาง และความรู้สึกก่อนจะมาพบกันครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ “ตัวตน” กลายเป็นเสียงเพลง: การเดินทางจาก BiSH สู่ศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว
- ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนเริ่มมองเห็นคุณในฐานะศิลปินเดี่ยวที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมากขึ้น หากต้องอธิบายว่า “AiNA THE END ในตอนนี้คือใคร” ให้แฟน ๆ ฟัง คุณจะนิยามตัวเองอย่างไร
ฉันคิดว่า “เสียงแหบ ๆ” คือสิ่งที่เป็นตัวตน เอกลักษณ์ และเป็นเหมือนอาวุธของฉันค่ะ อีกทั้งเพลงที่ร้องและท่าเต้นที่ใช้ก็เป็นสิ่งที่ฉันสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือความเป็นออริจินัล และสะท้อนความเป็นตัวตนของฉันในฐานะศิลปินค่ะ
- อัลบั้มล่าสุด RUBY POP มีทั้งความสดใส ความเปราะบาง และอารมณ์ที่ลึกมาก ๆ อยากให้เล่าถึงแนวคิดหรือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังอัลบั้มนี้ให้ฟังหน่อย
แนวคิดของอัลบั้มนี้คือ “กล่องอัญมณี” ค่ะ ภายในกล่องนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของช่วงชีวิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรือช่วงเวลาอื่น ๆ และเมื่อเปิดออกมาก็จะพบกับความระยิบระยับ เปล่งประกายของชีวิต ฉันอยากให้ผู้ฟังแต่ละคนรู้สึกเปล่งประกาย และได้รับพลังบวกไปพร้อมกันระหว่างที่ฟังเพลงเหล่านั้นค่ะ
- เพลง “革命道中 – On The Way” ซึ่งเป็นเพลงเปิดของ Dandadan Season 2 ติดชาร์ตเพลงอย่างต่อเนื่อง เพลงนี้มีความหมายกับคุณอย่างไรบ้าง
เพลงนี้ถือเป็นเพลงที่เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ต่างชาติได้รู้จักเพลงของฉันมากขึ้น เข้าถึงผลงานของฉันได้กว้างขึ้น รวมถึงแฟนเพลงในประเทศไทยด้วยค่ะ และยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสเดินทางมาที่ประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย สำหรับฉัน เพลงนี้จึงเป็นเหมือน “ความรู้สึกขอบคุณ” ค่ะ
- ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางศิลปินเดี่ยว คุณรู้สึกว่าตัวเองเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะคนคนหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ฉันอยู่ในวงที่มีสมาชิกผู้หญิง 6 คนค่ะ พอได้ตัดสินใจมาเป็นศิลปินเดี่ยว ช่วงแรกก็รู้สึกเหงาเหมือนกัน แต่ฉันก็พยายามเปลี่ยนความเหงานั้นให้กลายเป็นพลังในการทำงานต่อไปค่ะ
- ในอนาคต มีแนวเพลงหรือสไตล์ดนตรีแบบไหนที่คุณอยากลอง หรือมีความท้าทายใหม่ ๆ ที่อยากทำบ้างไหม
อยากลองทำหลากหลายแนวมาก ๆ เลยค่ะ แต่สิ่งที่อยากลองในตอนนี้คือ การใช้เสียงเครื่องดนตรีอย่างเสียงกลอง เสียงเบส และเสียงเปียโน มาจัดเรียงซ้อนกันให้ออกมาเรียบง่ายที่สุด ตอนนี้ก็เริ่มลองทำเองที่บ้านอยู่ค่ะ
“PICNIC” ที่ไม่ธรรมดา: คอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยที่ชวนคุณมานั่งฟังหัวใจของเธอ
- ทัวร์ครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “PICNIC” ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง อยากให้เล่าถึงคอนเซ็ปต์ของทัวร์นี้ และบรรยากาศที่อยากให้แฟน ๆ ได้สัมผัส
คอนเซ็ปต์ของทัวร์นี้คืออยากให้ทุกคนที่มาชมคอนเสิร์ตรู้สึกสบาย ๆ เหมือนได้ออกมาปิกนิกด้วยกันค่ะ
- คอนเสิร์ต AiNA THE END : PICNIC Live Tour 2026 In Bangkok ในเดือนเมษายนนี้ จะเป็นการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของคุณในประเทศไทย มีอะไรที่คุณตั้งตารอเป็นพิเศษบ้าง
สิ่งที่ตั้งตารอมากที่สุดคงจะเป็นการได้ลองทานอาหารไทยที่ประเทศไทยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่ ผัดไท หรือต้มยำกุ้ง
- คุณเคยฟังเพลงไทยหรือรู้จักศิลปินไทยบ้างไหม และถ้ามีโอกาส อยากร่วมงานกับศิลปินไทยคนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า?
สำหรับฉัน เพลงไทยเป็นเพลงที่ฟังแล้วสามารถรู้สึกได้ทันทีว่าเป็นเพลงที่คนไทยชื่นชอบ เป็นเพลงที่มีความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความรักอบอวลอยู่ในนั้น ถ้ามีโอกาสก็อยากลองไปดูและฟังเพลงไทยในคอนเสิร์ตสักครั้งค่ะ
- นอกจากงานเพลงแล้ว คุณยังเคยเขียนหนังสือด้วย กระบวนการสร้างสรรค์งานเขียนกับการแต่งเพลงแตกต่างกันอย่างไร?
สำหรับการเขียนหนังสือ มันคือการเขียนให้คนอ่านสามารถจินตนาการเห็นภาพได้ โดยที่ไม่มีเมโลดี้ แต่ในส่วนของเพลง เวลาที่เขียนจำเป็นต้องมีเมโลดี้ ดังนั้นเนื้อร้องกับเมโลดี้ เมื่อนำมาประกอบกันแล้ว จะต้องทำให้เกิดภาพบางอย่างที่ทำให้คนฟังสามารถจินตนาการตามได้ค่ะ
- คุณเคยพูดว่าช่วงอายุประมาณ 30 ปี เป็นช่วงที่เริ่มค้นพบจังหวะชีวิตของตัวเองจริง ๆ หลายคนในวัยยี่สิบอาจยังรู้สึกว่ายังไปไม่ถึงจุดที่ต้องการ อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังรู้สึกแบบนั้นบ้าง?
ในช่วงวัยยี่สิบที่ยังแข็งแรงและมีพลังอยู่ ฉันอยากให้ทุกคนลองท้าทายตัวเองให้มาก ๆ ค่ะ เพราะการจะท้าทายตัวเองได้นั้นต้องใช้ความกล้าเหมือนกัน และในช่วงวัยนี้ก็ยังเป็นช่วงที่ยังมีคนคอยสอนเราอยู่ ตัวฉันเองก็ลองอะไรมาเยอะมาก มีทั้งคนที่โกรธและคนที่คอยสอน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้ฉันมีวันนี้ได้ค่ะ
- สุดท้ายนี้ ช่วยฝากข้อความถึงแฟนเพลงชาวไทยที่กำลังตั้งตารอคอนเสิร์ตครั้งนี้หน่อย
ฉันตั้งตารอที่จะได้พูดคำว่า “ขอบคุณค่ะ” กับทุกคนเลยค่ะ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี แล้วมาพบกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วยร่างกายที่แข็งแรงนะคะ
28 เมษายนนี้ เตรียมปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปกับเสียงร้องที่ทั้งเปราะบางและทรงพลังของเธอในคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย ที่จะพาคุณเข้าไปสัมผัส “ความเป็นตัวตน” ของเธออย่างใกล้ชิดที่สุด

Very Live Presents AiNA THE END : PICNIC Live Tour 2026 In Bangkok
28 เมษายน 2569
The Street Hall
บัตรราคา 2,500 บาท
จองบัตร: คลิก
นี่ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่คือช่วงเวลาที่คุณจะได้ “นั่งปิกนิก” อยู่ท่ามกลางเสียงเพลงและความรู้สึกของเธอแบบเต็ม ๆ
อ่าน “KeNN ศิลปินญี่ปุ่นหน้าใหม่มาแรงกับเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่หล่อหลอมให้เขาก้าวมาเป็นศิลปินในแบบที่เขาเป็น” คลิก
