MIKA NAKASHIMA ASIA TOUR 2026 in BANGKOK ท่วงทำนองและเสียงร้องในความทรงจำ
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา เราได้ไปดูคอนเสิร์ตของ มิกะ นากาชิมะ (Mika Nakashima) ศิลปินที่บทเพลงของเธอเป็นส่วนหนึ่งของช่วงวัยรุ่นของใครหลายคน กับคอนเสิร์ตครั้งแรกของเธอในประเทศไทยอย่าง MIKA NAKASHIMA ASIA TOUR 2026 in BANGKOK
เขาว่าคนที่ชอบนึกถึงความหลังเริ่มมีอายุแล้ว แต่พอได้ฟังอีกครั้ง ก็อดย้อนนึกถึงเรื่องราวในช่วงเวลานั้นไม่ได้ ทั้งช่วงที่นั่งฟังเพลงคนเดียว หรือช่วงที่ฟังด้วยกันกับเพื่อน บางคนวันนี้แยกย้ายกันไปเติบโต บางคนก็ยังวนเวียนอยู่ตามคอนเสิร์ตนี่แหละ เจอหน้าคุ้น ๆ ทักกันไปทักกันมา
นอกจากจะเป็นแฟนคลับของมิกะแล้ว คนที่ฟังเพลงญี่ปุ่นไม่ว่าจะมาจากสายไหน ก็น่าจะเคยผ่านหูเพลงของเธอมาบ้าง และอยากมาดูศิลปินระดับตำนานคนนี้สักครั้ง ตั้งแต่มีประกาศคอนเสิร์ต เรากับเพื่อนก็คุยกันทันทีว่าต้องไป รีบกดบัตรตั้งแต่วันเปิดขาย แต่สุดท้ายกลับต้องมานั่งลุ้นแทนว่าจะจัดได้ไหม เพราะกระแสอาจยังไม่ได้รับการโปรโมตมากเท่าที่ควร ก็ต้องขอบคุณหลาย ๆ ส่วนที่ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เกิดขึ้นได้จริง

เซ็ตลิสต์ที่ร้อยเรียงมาเป็นอย่างดี พร้อมโปรดักชันจัดเต็ม
บรรยากาศในฮอลล์ได้พาเราเข้าไปอยู่ในโลกของมิกะ ผ่านเซ็ตลิสต์ที่ร้อยเรียงมาเป็นอย่างดี โปรดักชันจัดเต็มทั้งแสง สี และวงดนตรีสด ขนลุกตั้งแต่เพลงเปิดอย่าง LEGEND เพลงช้าในบรรยากาศแฟนตาซีนิด ๆ ที่มิกะเขียนเนื้อเอง เธอร้องอยู่หลังม่านบาง ๆ พร้อมดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่ค่อย ๆ พาเข้าสู่โลกของเธอ
ก่อนต่อด้วย Hi no Tori เพลงสเกลใหญ่ที่เปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นสีแดงเพลิง เพลงนี้เป็นเพลงปิดของแอนิเมชันอมตะ วิหคเพลิง ฮิโนโทริ ผลงานของเท็ตสึกะ โอซามุด้วย
หลังจากพาเราย้อนกลับไปถึงกลิ่นอายเพลงยุค 2000 กลางของเธอ เพลงถัดมาคือ Wish ซิงเกิลปี 2022 ที่อัปจังหวะขึ้นมานิดหน่อย และยังเป็นเพลงปิดของ Berserk ตามด้วย Shiritaikoto Shiritakunaikoto เพลงประกอบซีรีส์ Hyouchakusha ซึ่งแต่งโดยอากิโมโตะ ยาสึชิ หรืออากิพี ผู้เขียนทั้งบทซีรีส์และเพลงนี้ ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับมิกะอีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี หลังเคยแต่งเพลงในช่วงเดบิวต์อย่าง Star และ Will ให้เธอ

จากนั้นเข้าสู่เพลง Phantom ก่อนจะต่อด้วย Mirage อีกหนึ่งเพลงจากซิงเกิลเดียวกับ Wish ที่ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ ซากิสึ ชิโร่ เพลงนี้ทั้งอลังการและเต็มไปด้วยพลังของเสียงร้องมิกะ เสียดายนิดเดียวตรงที่ถ้ามีไลน์ประสานเสียงเพิ่มเข้ามาอีกหน่อย น่าจะสมบูรณ์แบบมาก ขนลุกตลอดทั้งเพลงจริง ๆ
มิกะเลือกสานต่อความลึกลับจากสองเพลงก่อนหน้า ด้วย UNFAIR เพลงเปิดแอนิเมชัน Delico’s Nursery ก่อนบิ๊วอารมณ์ต่อจนเข้าสู่เพลงที่ทั้งฮอลล์รอคอย เสียงเชียร์ดังขึ้นทันทีเมื่ออินโทรของ GLAMOROUS SKY ดังขึ้น เพลงจากเรื่อง NANA ที่หลายคนรอกันมากว่า 20 ปี เนื้อร้องโดยยาซาวะ ไอ ผู้แต่งมังงะ และได้ HYDE มาทำทำนองกับโปรดิวซ์ให้ เป็นช่วงที่ทั้งฮอลล์ส่งเสียงกันสนั่น ก่อนจบพาร์ตแรกให้ทุกคนได้พักหายใจกันเล็กน้อย
20 ปีแห่งการรอคอยอันยาวนาน
หลังจากนั้นมิกะกลับขึ้นมาพร้อม 2 เพลงประกอบซีรีส์ที่เธอร่วมแสดงด้วย ORION เพลงประกอบซีรีส์ Ryusei no Kizuna สายสัมพันธ์แห่งดาวตก อีกหนึ่งเพลงที่หลายคนรอคอย บทพูดที่ตะโกนว่า “แอกเซรุ” ยังเป็นภาพจำของเราอยู่จนถึงตอนนี้ (หัวเราะ) สำหรับเรื่องนี้มีฉายทาง Netflix อยู่ด้วย สามารถกลับไปย้อนวันวานชมกันได้ โปรดักชันบนเวทีของเพลงนี้ช่วยส่งให้เธอดูเหมือนดวงดาวที่ส่องสว่างที่สุดในฮอลล์จริง ๆ
และเพลง Ichiban Kireina Watashi wo จากซีรีส์ Unubore Deka ที่มีท่อนฮุกติดหูตามชื่อเพลงให้เธอได้โชว์พลังเสียงอย่างเต็มที่ โดยเธอเลือกใช้เพลง Amanojyaku จากซิงเกิล UNFAIR เป็นตัวเชื่อมอารมณ์ระหว่างสองเพลง และเธอถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้กินใจมาก
จากนั้นเข้าสู่ Dear เพลงสำคัญที่มิกะกลับมาร้องหลังพักรักษาอาการป่วยทางการได้ยิน และยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์มากรางวัลเรื่อง Youkame no Semi ด้วย ถัดมาคือ Boku ga Shinouto Omottanowa เพลงบัลลาดที่แต่งโดยอากิตะ ฮิโรมุ จากวง amazarashi เพลงนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังมิกะนำไปร้องใน THE FIRST TAKE และการได้ฟังสดในคอนเสิร์ตก็สมกับคำว่าหูเคลือบทองจริง ๆ
หลังจบช่วงนี้ บนเวทีมีการฉาย MV เพลง Winner คั่นก่อนที่มิกะจะกลับมาพร้อมกับปีกนางฟ้าท่ามกลางความมืดในเพลง Resistance สมกับเป็นเพลงประกอบซีรีส์ Tsubasa no Oreta Tenshitachi ที่แปลได้ว่าเหล่านางฟ้าปีกหัก

ต่อด้วยเพลงซากุระสนุก ๆ อย่าง SAKURA ~Hanagasumi~ (Daishi Dance) ที่ชวนคนดูตบมือตามเบา ๆ และตามด้วย Sakurairo Maukoro เพลงรักแสนเศร้าที่เปรียบดังซากุระที่ร่วงโรย เพลงนี้ถือเป็นอีกเพลงที่คนไทยคุ้นเคย เพราะมีคนหยิบมาคัฟเวอร์อยู่บ่อยครั้ง
หลังเพลงจบ มิกะพูดคุยกับแฟน ๆ เล็กน้อย และแฟนชาวไทยก็ได้ส่งเสียงบอกเธอว่า “รอมา 20 ปีเลย” มิกะเล่าว่าเธอเคยมาเที่ยวเมืองไทยนะ แต่ครั้งนี้เป็นการจัดวันแมนไลฟ์ครั้งแรกที่ไทยเลย
เข้าสู่ช่วงท้ายของงาน มิกะเลือกเพลงจากอัลบั้มล่าสุดอย่าง Look in My Eyes เพลงที่เธอบอกว่าเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนความเศร้าให้กลายเป็นพลังบวก ก่อนต่อด้วยเพลงสนุกอย่าง LOVE NO CRY จากอัลบั้ม LOVE แม้จะไม่ใช่เพลงโปรโมตหลัก แต่กลับเป็นเพลงที่แฟน ๆ โหวตและถูกนำไปรวมในอัลบั้มเบสต์อยู่เสมอ ก่อนปิดด้วย SYMPHONIA เพลงจากโปรเจกต์แอนิเมชันและเกม takt op. Destiny
ถึงเวลาของอังกอร์ หลังเสียงเรียกดังอยู่พักใหญ่ มิกะก็กลับขึ้นมาพร้อม Yuki no Hana เพลงที่หลายคนเติบโตมาด้วยกัน เสียงร้องสดทรงพลังมาก จบเพลงเธอได้กล่าวขอบคุณสำหรับอังกอร์ และยังชวนแฟน ๆ ไปดูคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น ก่อนส่งต่อความรักและคำขอบคุณผ่านเพลง Aishiteru และปิดท้ายค่ำคืนด้วย FIND THE WAY เพลงปิดของ Gundam SEED
ก่อนลากันไปมิกะและสมาชิกวงออกมายืนจับมือกันหน้าเวที กล่าวขอบคุณแฟน ๆ โดยไม่ใช้ไมค์ และขอถ่ายภาพเก็บความทรงจำไปด้วยกัน
เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่คุ้มค่ามากสำหรับปีนี้ แม้จะมีจุดน่าเสียดายอยู่บ้าง อย่างตำแหน่งที่เรานั่ง ระบบเสียงยังถ่ายทอดรายละเอียดของเครื่องดนตรีออกมาได้ไม่หมด แอบสงสัยว่าคนที่นั่งโซนอื่นจะได้ประสบการณ์ต่างกันไหม ก็ได้แต่หวังว่าสักวันบ้านเราจะมีฮอลล์คอนเสิร์ตดี ๆ ที่เดินทางสะดวกเพิ่มขึ้นอีก พร้อมรับศิลปินมากคุณภาพมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย
อ่าน “ประสบการณ์ “ครั้งแรก” สุดสนุกและเต็มอิ่มกับคอนเสิร์ต BE:FIRST World Tour 2025 “Who is BE:FIRST?” in Bangkok” คลิก
