JR Hokkaido แนะนำแพลนปักหลักที่ซัปโปโร แล้วเที่ยว Otaru และ Noboribetsu ได้สบาย

ถ้าเพื่อน ๆ กำลังวางแผนเที่ยวฮอกไกโดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ไม่อยากเสียเวลาเช็กอิน–เช็กเอาต์โรงแรมทุกวัน ลองใช้วิธีที่ JR Hokkaido แนะนำกันได้ นั่นคือการ พักที่ซัปโปโร (Sapporo) เป็นฐานหลักตลอดทริป แล้วนั่งรถไฟออกไปเที่ยวเมืองยอดนิยมอย่าง โอตารุ (Otaru) และ โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) แบบไปเช้าเย็นกลับ หรือจะค้างคืนเพิ่มอีกสักคืนก็ได้ วิธีนี้ช่วยให้เดินทางสะดวก ไม่ต้องลากกระเป๋าไปทุกเมือง และยังเหมาะกับคนที่มาเที่ยวฮอกไกโดครั้งแรกอีกด้วย

ฤดูใบไม้ร่วงของฮอกไกโดเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งใบไม้เปลี่ยนสี อาหารตามฤดูกาล และออนเซ็น โดยใบไม้แดงจะเริ่มแต่งแต้มเทือกเขาไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan) ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ลงมาสู่เมืองต่าง ๆ ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบายและนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าฤดูร้อนหรือฤดูหนาว


ปักหลักที่ซัปโปโร เที่ยวได้ง่ายกว่าเดิม


ข้อดีของการเลือกพักที่ซัปโปโรตลอดทริป คือ
– ไม่ต้องย้ายโรงแรมหลายครั้ง
– เดินทางตัวเบา ไม่ต้องพกสัมภาระชิ้นใหญ่ทุกวัน
– วางแผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สะดวก
– มีบริการขนส่งสัมภาระระหว่างสนามบิน New Chitose และตัวเมืองซัปโปโรให้เลือกใช้

นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางแล้ว ซัปโปโรยังมีครบทั้งร้านอาหารทะเลสด ราเม็งชื่อดัง เนื้อแกะย่างจิงกิสข่าน (Jingisukan) แหล่งช้อปปิ้ง และสวนโอโดริ (Odori Park) ที่สวยงามในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จึงเป็นเมืองที่อยู่ได้หลายวันแบบไม่มีเบื่อ

JR Hokkaido แนะนำแพลนปักหลักที่ซัปโปโร แล้วเที่ยว Otaru และ Noboribetsu ได้สบาย


One Day Trip จากซัปโปโร ไปไหนดี?


Otaru เมืองท่าบรรยากาศโรแมนติก

ใช้เวลาเดินทางจากซัปโปโรด้วยรถไฟ Rapid Airport เพียงประมาณ 40 นาที ก็ถึงเมืองโอตารุ เมืองท่าที่ขึ้นชื่อเรื่องคลองสายประวัติศาสตร์ อาคารอิฐเก่า และบรรยากาศย้อนยุค

ช่วงฤดูใบไม้ร่วง คลองโอตารุจะยิ่งสวยเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งใบไม้เปลี่ยนสีและการประดับไฟในช่วงกลางคืน เหมาะกับสายถ่ายภาพและคนที่มาเที่ยวฮอกไกโดครั้งแรก เพราะสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือเต็มวันได้อย่างลงตัว

JR Hokkaido แนะนำแพลนปักหลักที่ซัปโปโร แล้วเที่ยว Otaru และ Noboribetsu ได้สบาย

Noboribetsu เติมเต็มทริปด้วยออนเซ็น

อีกหนึ่งเมืองที่ไม่ควรพลาดคือ “โนโบริเบ็ตสึ” ซึ่งเดินทางจากซัปโปโรด้วยรถไฟด่วนพิเศษประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

ที่นี่มีไฮไลต์อย่าง Jigokudani (หุบเขานรก) จุดชมธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยไอน้ำและภูมิทัศน์อันงดงามในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี รวมถึงออนเซ็นชื่อดังและบ่อแช่เท้ากลางแจ้ง เหมาะทั้งสำหรับการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือจะพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศเมืองออนเซ็นอย่างเต็มที่ก็ได้

ตัวอย่างแพลนเที่ยว 4 วัน

DAY1
สถานี New Chitose Airport Station → สถานี Sapporo Station (พักค้างคืน)

DAY2
สถานี Sapporo Station → สถานี Otaru Station (ท่องเที่ยว) → สถานี Sapporo Station (พักค้างคืน)

DAY3
สถานี Sapporo Station → สถานี Noboribetsu Station (ออนเซ็น・Jigokudani) → (พักค้างคืนที่ Noboribetsu หรือ Sapporo)

DAY4
สถานี Noboribetsu Station หรือ สถานี Sapporo Station → สถานี New Chitose Airport Station


เดินทางคุ้มขึ้นด้วย Sapporo – Noboribetsu Area Pass


สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวตามเส้นทางนี้ JR Hokkaido ยังแนะนำ Sapporo – Noboribetsu Area Pass ซึ่งใช้งานได้ 4 วัน ครอบคลุมการเดินทางระหว่าง New Chitose Airport – Sapporo – Otaru – Noboribetsu แบบไม่จำกัดเที่ยว พร้อมสามารถใช้รถไฟด่วนพิเศษในพื้นที่ได้โดยไม่มีค่าโดยสารเพิ่มเติม (โดยผู้โดยสารต้องจองที่นั่งล่วงหน้าด้วยตนเองสำหรับขบวนที่เป็นแบบ Reserved Seat ทั้งขบวน)

สำหรับใครที่อยากเที่ยวฮอกไกโดแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ การเลือกพักที่ซัปโปโรแล้วใช้รถไฟ JR เดินทางไปยังเมืองรอบ ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ทริปง่ายขึ้น ได้เที่ยวครบทั้งเมือง บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี และออนเซ็น โดยไม่ต้องเสียเวลาย้ายที่พักทุกวันเลยทีเดียว

ชมรายละเอียดเกี่ยวกับ JR Hokkaido Rail Pass เพิ่มเติม: คลิก


อ่าน “J.League x Pokémon ประกาศโปเกมอนประจำทีม ครบ 60 สโมสร! กับโปรเจกต์ Pokémon J.League Festคลิก

views