FUJI ROCK FESTIVAL ’26 กับเหตุผลที่ทำให้เรายังอยากกลับไปหา
อะไรทำให้เทศกาลดนตรีแห่งหนึ่ง กลายเป็นสถานที่ที่เรายอมเดินทางกลับไปหาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า? อาจเป็นไลน์อัปที่ทำให้เรายอมกดซื้อตั๋วตั้งแต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฝนปีนี้จะตกหนักแค่ไหน อาจเป็นศิลปินที่รอคอยมานานหลายปี หรืออาจเป็นบรรยากาศบางอย่างที่อธิบายได้ยาก จนต้องกลับไปยืนอยู่ตรงนั้นอีกครั้งถึงจะเข้าใจ สำหรับ FUJI ROCK FESTIVAL คำตอบของเราอาจเป็นทั้งหมดที่ว่ามา
FUJI ROCK FESTIVAL ’26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2026 ที่ Naeba Ski Resort เมือง Yuzawa จังหวัด Niigata และปีนี้มีผู้ร่วมงานรวมตั้งแต่คืนก่อนเทศกาลกว่า 123,500 คน ขณะที่บัตรวันเสาร์และบัตร 3 วันขายหมด ถือเป็นอีกปีที่นาเอบะเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายที่ซึ่งเดินทางขึ้นภูเขามาด้วยเหตุผลเดียวกันคือเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับเสียงดนตรีสักสองสามวัน
แต่สำหรับ DACO THAI การกลับมาที่นี่ไม่ได้มีความหมายแค่การกลับมาดูคอนเสิร์ตอีกครั้ง เพราะต่อให้เดินผ่านประตูเดิม นั่งรถ Shuttle Bus เส้นทางเดิม หรือกลับไปยืนอยู่หน้า Green Stage แห่งเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับไม่เคยเหมือนเดิมเลย

01 กลับมาเพราะเสียงเพลง แต่ไม่ใช่แค่ศิลปินที่ตั้งใจมาดู
แน่นอนว่าเหตุผลแรกที่พาเรากลับมาที่ฟูจิร็อคยังคงเป็น “ดนตรี” ปีนี้มีหลายชื่อที่วงไว้ในตารางตั้งแต่ก่อนเดินทาง หนึ่งในนั้นคือ Turnstile ที่เราอยากเห็นกับตาตัวเองว่าวงฮาร์ดคอร์ซึ่งกำลังถูกพูดถึงอย่างมากทั่วโลกจะระเบิดพลังออกมาได้ขนาดไหนเมื่ออยู่บน Green Stage

คำตอบคือ สมกับที่รอจริง ๆ! ตั้งแต่เสียงแรกจนถึงท้ายโชว์ พื้นที่หน้าเวทีเต็มไปด้วยคนที่พร้อมกระโดด มอช และปล่อยตัวเองไปกับพลังของวงอย่างสุดตัว ที่น่าสนใจคือไม่ได้มีเฉพาะแฟนฮาร์ดคอร์เท่านั้น ยังมีเด็กเล็กใส่ที่ครอบหูอยู่ท่ามกลางผู้ชมที่กำลังสนุกไปกับผู้ใหญ่อย่างเราด้วยเช่นกัน สิ่งนี้อาจสะท้อนให้เห็นว่า Turnstile ก้าวข้ามกรอบของแนวดนตรีไปไกลแค่ไหนแล้ว

Photo: Masanori Naruse
อีกโชว์ที่ติดอยู่ในความทรงจำคือ The xx โดยเฉพาะบรรยากาศและ Lighting บน Green Stage ตอนกลางคืน เมื่อความมืดเข้าปกคลุมนาเอบะและตัว X ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนเวที ความเรียบง่ายของแสงกลับเข้ากับซาวด์ที่เว้นพื้นที่ให้ทุกเสียงได้หายใจอย่างพอดี
เสน่ห์ของโชว์คือความ “Less is More” ยิ่งเสียงน้อยเท่าไร พื้นที่ว่างระหว่างเสียงกลับยิ่งทำให้อารมณ์ของเพลงชัดขึ้น และเมื่อเข้าสู่ช่วงหลังที่เพลงจากงานโซโลของสมาชิกทั้งสามถูกนำมาร้อยเข้ากับโชว์ของ The xx บริเวณรอบสเตจก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่เต้นรำขนาดใหญ่
Oliver Sim เองก็เรียกฟูจิร็อคว่าเป็น “Most magical festival” และเมื่อได้ยืนอยู่ท่ามกลางแสง เสียง และภูเขาในคืนนั้น เราก็พอเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเลือกใช้คำว่า magical

HYUKOH ก็เป็นอีกโชว์ที่เราจำภาพ Lighting ได้อย่างแม่นยำ เพราะนี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่การดูผ่านคลิปหรือสตรีมมิงให้เราไม่ได้ ต่อให้รู้จักเพลงนั้นดีแค่ไหน เมื่อเพลงเดียวกันถูกเล่นในพื้นที่จริง แสงจริง อากาศจริง และรายล้อมด้วยผู้ฟังอีกนับพัน ความทรงจำของเพลงก็เปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง
หนึ่งใน Hero Moment ของปีนี้คงหนีไม่พ้น Fujii Kaze
จากเสียงออร์แกนที่ค่อย ๆ ดังขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะปรากฏตัวพร้อมแซ็กโซโฟน แล้วพาเราเข้าสู่โลกของเขาด้วยวงดนตรีในชุดสูทที่ให้บรรยากาศราวกับ Jazz Club ทั้งที่ฉากหลังคือธรรมชาติขนาดมหึมาของนาเอบะ ความต่างสองอย่างนี้กลับเข้ากันอย่างประหลาด

และถ้ามีหนึ่งช่วงเวลาที่เราจำความรู้สึกได้ชัดที่สุด คงเป็นตอนที่เสียงของ “You” ดังขึ้น การได้ฟังเพลงที่เราชอบมาก ๆ เพลงนี้สด ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของนาเอบะ ทำให้ดีใจแบบบอกไม่ถูก ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันเหมือนถูกพักเอาไว้ชั่วคราว แล้วถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่ค่อย ๆ เข้ามาพร้อมกับเสียงเพลง เป็นไม่กี่นาทีที่ทำให้เรานึกขึ้นมาได้อีกครั้งว่า บางทีแค่การได้ฟังเพลงที่เรารักในสถานที่และช่วงเวลาที่พอดี ก็เพียงพอจะทำให้วันเหนื่อย ๆ กลายเป็นวันที่น่าจดจำได้
ตั้งแต่ Garden, Matsuri, Nan-Nan ไปจนถึงช่วงท้ายกับ Hachiko โชว์ค่อย ๆ เปลี่ยน Green Stage ให้กลายเป็นพื้นที่ของ Fujii Kaze โดยไม่ต้องพยายามต่อสู้กับความยิ่งใหญ่ของสถานที่ แต่เหมือนปล่อยเสียงเพลงให้ไหลไปพร้อมกับมันเสียมากกว่า
บางโชว์อยู่ในตาราง บางโชว์อยู่ในความทรงจำโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ความสนุกของ ฟูจิร็อคไม่ได้มีเฉพาะช่องที่เราไฮไลต์ไว้ใน Timetable
บางครั้งเรากำลังเดินไปหาอีกวงหนึ่ง แต่เสียงจากเวทีข้างทางก็อาจทำให้ต้องหยุด แล้วคำว่า “ขอดูสักเพลง” ก็กลายเป็นอีกครึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ปีนี้เราได้เจอกับ The Lemon Twigs และ FRIKO ในลักษณะนั้น และกลายเป็นสองชื่อที่กลับมาแล้วอยากเปิดฟังต่อ
ฝั่งศิลปินญี่ปุ่นเองก็มีอะไรให้ดูเยอะมาก ตั้งแต่ the cabs ไปจนถึง Hi-STANDARD ที่เพียงเห็นจำนวนคนญี่ปุ่นที่ตั้งใจมารอดูและพลังของผู้ชมหน้าเวที ก็สัมผัสได้ทันทีว่าวงนี้มีความหมายกับแฟนเพลงที่นี่ขนาดไหน
ส่วน Kroi เป็นกรณีตรงกันข้าม เพราะไม่ใช่วงที่เราเพิ่งค้นพบที่ฟูจิร็อค เราเคยมีโอกาสดู Kroi เล่นที่ประเทศไทยมาก่อน แล้วติดใจกับ Live Performance ของพวกเขาจนเมื่อเห็นชื่ออยู่ในไลน์อัปฟูจิร็อคปีนี้ ก็กลายเป็นอีกวงที่อยากตามมาดูซ้ำที่ญี่ปุ่น

เพลงเดิม วงเดิม แต่เมื่อเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนผู้ชม และเปลี่ยนบรรยากาศ ประสบการณ์กลับไม่เหมือนเดิมเสียทีเดียว ซึ่งอาจเป็นอีกความสนุกของการตามดูวงที่เราชอบในหลาย ๆ ที่
มุมนี้เองน่าจะเป็นประสบการณ์ร่วมของใครหลายคนที่มาฟูจิร็อค นั่นคือ “การพบเจอสิ่งใหม่” บางครั้งเราแทบไม่รู้จักศิลปินที่กำลังเล่นอยู่ด้วยซ้ำ แต่เพียงพลังของการแสดงสดที่ดังมาจากเวที ก็ทำให้คนที่ตั้งใจแค่เดินผ่านต้องหยุดฟัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนดูอยู่ตรงนั้นเสียแล้ว และนี่แหละคือความสนุกอย่างหนึ่งของเทศกาลดนตรี มันคือการได้ค้นพบเพลงและศิลปินใหม่ ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง

Photo: RIEI NAKAGAWARA
และในบรรดาศิลปินจากหลายประเทศที่เดินทางมารวมตัวกันบนภูเขาลูกนี้ ปีนี้เรายังได้เห็น KIKI ศิลปินจากประเทศไทยขึ้นแสดงที่ Orange Echo ด้วย บรรยากาศตรงหน้าทำให้แอบภูมิใจอยู่เหมือนกัน เมื่อเห็นผู้ชมญี่ปุ่นที่อาจไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อนค่อย ๆ หยุดฟัง และกลายเป็นแฟนเพลงหน้าใหม่กลับไป
อีกหนึ่งโมเมนต์เล็ก ๆ ที่มีค่ามากสำหรับคนรักดนตรีอย่างเราคือการได้ดูสัมภาษณ์ American Football แบบใกล้ ๆ ในพื้นที่งาน สำหรับวงที่ไม่ได้มีโอกาสมาให้เห็นกันง่าย ๆ การได้อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ไม่ได้อยู่ในตารางโชว์ แต่กลับจำได้ดีไม่แพ้การแสดงบนเวที
และนี่อาจเป็นเหตุผลข้อแรกที่ทำให้ Fuji Rock กลับมาได้อีกเรื่อย ๆ เพราะเรามาที่นี่เพื่อดูวงที่เรารัก แต่หลายครั้งกลับบ้านไปพร้อมวงที่เราเพิ่งรู้จัก
02 กลับมาเพราะ Naeba
ถ้าเอา Lineup เดียวกันไปวางไว้ในสนามหรือฮอลล์ใจกลางโตเกียว มันจะยังเป็นฟูจิร็อคอยู่ไหม… เราคิดว่าไม่ เพราะอีกหนึ่ง “ศิลปิน” ที่อยู่กับเทศกาลนี้ทุกปีก็คือ Naeba

ภูเขาที่ตั้งอยู่ด้านหลัง Green Stage
แม่น้ำที่มีคนนั่งพักระหว่างวัน
ทางเดินที่พาเราลัดเลาะจากเวทีหนึ่งไปสู่อีกเวที
แดดที่อยู่ ๆ ก็แรงขึ้นมา
หมอกที่ไหลลงจากภูเขา
ฝนที่พร้อมจะตกโดยไม่ถามว่าเรากำลังดูวงโปรดอยู่หรือเปล่า
และความมืดที่ค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่เดิมให้กลายเป็นอีกโลกเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน

Fuji Rock จึงไม่ใช่เทศกาลที่ชีวิตเกิดขึ้นเฉพาะหน้าเวทีเท่านั้น พื้นที่ระหว่างเวทีเต็มไปด้วยอาหาร ผู้คน เวทีเล็ก กิจกรรม และมุมต่างๆ ให้หลุดออกจากตารางการแสดงได้ตลอดเวลา จนการเดินจาก A ไป B บางครั้งกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งของเทศกาลไปเสียเอง
และต่อให้กลับมายืนอยู่จุดเดิม บรรยากาศก็ไม่เคยเหมือนเดิมเสียทีเดียว
เพราะนาเอบะในตอนกลางวันไม่เหมือนนาเอบะในตอนกลางคืน นาเอบะตอนแดดออกไม่เหมือนตอนฝนตก และ Green Stage ตอนที่มีคนนั่งกระจายอยู่บนสนามหญ้า ก็ไม่ใช่สถานที่เดียวกับตอนที่ผู้คนนับหมื่นยืนอยู่ใต้แสงไฟของวงเฮดไลน์

เพราะสำหรับคนที่อยู่ที่นี่จริง ๆ “เทศกาล” ไม่ได้เริ่มตอนศิลปินขึ้นเวที และไม่ได้หยุดลงเมื่อเพลงสุดท้ายจบ
ศิลปินเปลี่ยนไปทุกปี แต่ภูเขายังอยู่ตรงนั้น รอให้เรากลับมา
03 กลับมาเพราะชีวิตระหว่างช่วงเทศกาล
ความทรงจำบางอย่างจาก Fuji Rock ของเราไม่มีเพลงประกอบเสียด้วยซ้ำ มันคือการเดินจนเริ่มรู้สึกว่ารองเท้าที่เลือกมาอาจไม่ใช่คู่ที่ถูกต้อง การนั่งกินอะไรสักอย่างข้างทางเพราะหมดแรงจะเดินต่อ การหลบฝน การนั่งริมแม่น้ำ การมองแฟชั่นของคนที่เดินสวนกันไปมา การเห็นครอบครัวพาเด็กตัวเล็ก ๆ มาใช้เวลาร่วมกัน การเดินผ่านเวทีเล็ก ๆ แล้วหยุดดูคนที่เราไม่รู้จัก หรือบางครั้งก็แค่การได้นั่งเฉย ๆ แล้วมองผู้คนเดินผ่านไปมา

ฟูจิร็อคจึงมีความสนุกบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการ ไม่ได้ทำอะไรตามแผน
บางคืนยังมีเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เกิดขึ้นตามพื้นที่เล็ก ๆ ของเทศกาล ตั้งแต่ศิลปินหรือคนในวงการเพลงที่บังเอิญเจอในคาเฟ่ ศิลปินวงโปรดที่เราตั้งใจมาดูที่บังเอิญเจอระหว่างเดิน ไปจนถึง DJ Set ของ Tom Rowlands จาก The Chemical Brothers แบบเซอร์ไพรส์ที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่แรก เป็นรายละเอียดที่ย้ำว่าการเดินเล่นโดยไม่มีจุดหมายก็เป็นส่วนหนึ่งของฟูจิร็อคได้เหมือนกัน
และปีนี้เราก็มีเรื่องนอกตารางของตัวเองเหมือนกัน หลังจากเลือกอยู่ดูโชว์จนเกือบถึงนาทีสุดท้าย เราพบว่าตัวเอง พลาดรถไฟขบวนสุดท้ายกลับที่พัก สิ่งที่ทำได้จึงเหลือเพียงรอ

แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว รอบ ๆ สถานียังมีชาวญี่ปุ่นอีกหลายคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ต่างคนต่างหาพื้นที่นั่ง พักสายตา และรอให้เวลาค่อย ๆ เดินผ่านไปจนรถไฟขบวนแรกของเช้าวันใหม่มาถึง ตอนเกิดเรื่องอาจไม่ได้รู้สึกว่าโรแมนติกเท่าไรนัก แต่พอกลับมาคิดอีกที เรื่องที่เล่าให้คนอื่นฟังมากที่สุดจากทริปนี้กลับมีเรื่องนี้รวมอยู่ด้วย
บางทีช่วงเวลาที่จำได้ดีที่สุดจากเทศกาลจึงอาจไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นหน้าเวที

04 แล้วถ้าเราจะกลับมาอีก…
หลังผ่านฟูจิร็อคมาอีกปี มีหลายอย่างที่เราอยากจดเอาไว้ให้ตัวเองก่อนกลับนาเอบะครั้งหน้า
อย่าวางตารางแน่นเกินไป: ศิลปินที่ดีที่สุดของทริปอาจเป็นคนที่เราไม่เคยฟังมาก่อน
รองเท้าสำคัญกว่า Festival Outfit: เราจะใช้ชีวิตกับมันตั้งแต่เช้าจนดึก และระยะทางระหว่างเวทีไม่ได้สั้นอย่างที่มองจากแผนที่
เตรียมพร้อมรับทุกสภาพอากาศ: แดด ฝน ลม และอุณหภูมิบนภูเขาสามารถเปลี่ยนได้ภายในวันเดียว เสื้อกันฝนและอุปกรณ์กันน้ำจึงไม่ใช่ของเผื่อ แต่เป็นของที่ควรมี
ถ้าพักนอกนาเอบะ จำเวลารถไฟเที่ยวสุดท้ายให้ขึ้นใจ: รถ Shuttle Bus ระหว่าง Naeba กับ Echigo-Yuzawa ยังต้องใช้เวลา และหลังโชว์ใหญ่จบ ผู้ชมจำนวนมากจะออกพร้อมกัน เว็บไซต์ทางการเองเตือนว่าช่วงหลังการแสดงอาจมีการจราจรหนาแน่น ดังนั้นอย่าคำนวณเวลาจากเวลาจบโชว์กับเวลารถไฟเพียงอย่างเดียว (ข้อนี้ดาโกะขอขีดเส้นใต้หลาย ๆ รอบด้วยประสบการณ์ตรง) และสุดท้าย อย่าลืมเหลือเวลาไว้สำหรับการไม่มีแผน
เพราะถ้าเราใช้เวลาทั้งสามวันวิ่งจากศิลปิน A ไป B ไป C อย่างเดียว เราอาจได้ดูครบทุกวงตามที่ตั้งใจ แต่พลาดสิ่งที่ทำให้ Fuji Rock เป็น Fuji Rock ไปเสียก่อน

แล้วเราจะกลับมาอีก FUJI ROCK FESTIVAL!
ทุกครั้งที่เดินออกจาก Fuji Rock เรามักกลับไปพร้อมเพลงใหม่ ศิลปินใหม่ ภาพบางภาพในหัว และเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในตารางตั้งแต่แรก บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่เทศกาลแห่งนี้ไม่เคยรู้สึกเหมือนการกลับมาทำอะไรเดิม ๆ
เพราะถึงสถานที่จะเป็นนาเอบะแห่งเดิม ภูเขาลูกเดิม และทางเดินที่ทำให้เราบ่นว่า “ยังไม่ถึงอีกเหรอ” เหมือนเดิม แต่ศิลปินที่เราได้ฟัง คนที่เราเจอ อากาศในวันนั้น และแม้แต่ตัวเราเอง ต่างเปลี่ยนไปทุกครั้ง
และสำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มคิดว่า “ปีหน้าลองไปดูดีไหม”

วันนัดหมายครั้งต่อไปถูกประกาศออกมาแล้ว
FUJI ROCK FESTIVAL ’27
23–25 กรกฎาคม 2027
Naeba Ski Resort, Niigata
Official Website: คลิก
Official Facebook: คลิก
ปีหน้ายังเป็นอีกหมุดหมายสำคัญ เพราะฟูร็อคจะเดินทางเข้าสู่วาระครบรอบ 30 ปี ด้วย ดังนั้น เตรียมรองเท้า เสื้อกันฝน Power Bank และถ้าไม่อยากมานั่งรอรถไฟเที่ยวแรกเป็นเพื่อนเรา จำเวลารถไฟเที่ยวสุดท้ายไว้ให้ดี
ส่วน DACO THAI ถ้ามีโอกาส เราก็คงกลับไปหา Naeba อีกครั้งเช่นกัน แล้วเจอกันนะ!
อ่าน “Fuji Rock Festival Guide ไปครั้งแรก เตรียมตัวยังไงให้สนุกที่สุด” คลิก


