Hannari Cafe de Kyoto บรรยากาศคิสสะเต็นสไตล์ญี่ปุ่น

คิสสะเต็นที่ยกความเป็นเกียวโตมาไว้ใจกลางทองหล่อ!

“はんなり” (ฮันนาริ) เป็นภาษาท้องถิ่นของเกียวโต ในอดีตคำคำนี้เริ่มใช้กันในย่านเกอิชา มีความหมายว่า “งดงาม” “สวยงาม” ซึ่งมักถูกใช้อธิบายความงามของเหล่าเกอิชาและไมโกะ และเพราะคาเฟ่แห่งนี้ได้ยกเอารสชาติความเป็นเกียวโตมาเสิร์ฟถึงใจกลางทองหล่อ คำว่า “ฮันนาริ” จึงถูกนำมาใช้ในการตั้งชื่อและโลโก้ “Hannari Cafe de Kyoto” นั่นเอง

Hannari Cafe de Kyoto บรรยากาศคิสสะเต็นสไตล์ญี่ปุ่น

คาเฟ่แห่งนี้เปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เป็นคาเฟ่ที่ยกเอาวัฒนธรรมคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่เรียกว่า “คิสสะเต็น” (喫茶店, Kissaten) มาไว้ที่ซอยทองหล่อ 10 ซึ่งคำว่า “คิสสะเต็น” แปลตรงตัวได้ว่า “ร้านสำหรับดื่มชา” เป็นคำศัพท์ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยคามาคุระ ในช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มได้รับอิทธิพลการดื่มชามาจากประเทศจีน แต่ปัจจุบัน หากเอ่ยถึงคำคำนี้ คนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจว่าคิสสะเต็นนั้นก็คือสถานที่ที่มีเครื่องดื่มชนิดอื่นอย่างกาแฟหรือน้ำผลไม้ให้บริการด้วย “คิสสะเต็น” จึงถือได้ว่าเป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นสำหรับนั่งจิบชา กาแฟ กินขนม หรืออาหารมื้อเบา ๆ นั่นเอง

Hannari Cafe de Kyoto บรรยากาศคิสสะเต็นสไตล์ญี่ปุ่น

สำหรับ “Hannari Cafe de Kyoto” นั้นบริหารงานโดยเอชไอเอส ทัวร์ส์ (HIS Tours) หนึ่งในบริษัทท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการด้านการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอย่างครบครัน ความเป็นญี่ปุ่นหรือความเป็นเกียวโตที่ถูกยกมาไว้ที่คาเฟ่แห่งนี้จึงรับรองได้เลยว่าเป็นสไตล์แบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

ร้านตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับดองกิ มอลล์ ทองหล่อ ที่หน้าร้านโดดเด่นด้วยหลังคาหน้าจั่วสีน้ำตาลตัดกับโนเรน (暖簾) สีเขียวที่ให้บรรยากาศแบบร้านรวงในญี่ปุ่น ภายในแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นโซนนั่งแบบคาเฟ่ทั่วไป ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีเข้มตัดกับผนังสีเอิร์ธโทน ตกแต่งด้วยรูปภาพไมโกะซังที่ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งที่สื่อถึงความเป็นเกียวโต โดยรูปภาพไมโกะซังที่ใช้ประดับนั้นเป็นภาพพิมพ์ลายบนผ้าเทะนุกุย (手ぬぐい, Tenugui) ผ้าเนื้อบางทำจากฝ้ายที่นิยมใช้ในประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ราว 500 ปีก่อนด้วย

Hannari Cafe de Kyoto บรรยากาศคิสสะเต็นสไตล์ญี่ปุ่น

ส่วนบริเวณชั้นสองจะเป็นมุมที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ พร้อมเบาะรองนั่งนุ่ม ๆ ที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งมีแสงธรรมชาติส่องลอดหน้าต่างเข้ามาให้บรรยากาศอบอุ่นแบบญี่ปุ่นสุด ๆ

ถัดจากที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ จะเป็นมุมขนาดเล็กที่มีของที่ระลึกและงานคราฟต์นำเข้าจากเมืองเกียวโตวางจำหน่ายด้วย เช่น กระดาษโน้ต กระดาษซับมัน ตะเกียบไม้ ธูปหอม งานเซรามิกโดยศิลปินเกียวโต เป็นต้น

มุมที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ

มุมที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ

สำหรับเมนูที่เราเลือกสั่งมาลองชิมในวันนี้ เริ่มต้นด้วย “Mentai Mayo Spaghetti” สปาเก็ตตี้ไข่ปลาเมนไทโกะ ครีมมี่ซอส (250 บาท) ที่ความเค็มนำของเมนไทโกะเข้ากับตัวซอสได้เป็นอย่างดี ตัวเส้นนุ่มกำลังดี กินด้วยกันแล้วอร่อยเลย! และถ้าอยากเพิ่มรสชาติก็สามารถใส่ซอสพริกฮาบาเนโร่จากเกียวโตเพิ่มเติมได้ บอกเลยว่าซอสนี้เด็ด! เพราะจะช่วยเพิ่มรสชาติความจัดจ้านให้กับสปาเก็ตตี้ได้ดีทีเดียว (ดาโกะยกให้ซอสนี้เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดแห่งเมืองเกียวโตเลยค่ะ)

Mentai Mayo Spaghetti

ของคาวแล้ว ต่อไปเป็นของหวานและเครื่องดื่มบ้าง เราเลือกสั่ง “Uji Matcha Bread Cream Toast” (185 บาท) เป็นแบบ Half & Half คือ ครึ่งหนึ่งเป็นมัทฉะและอีกครึ่งหนึ่งเป็นโฮจิฉะ ท็อปปิ้งด้วยถั่วแดง เนย ครีมสด และไอศกรีมรสถั่วเหลืองบดกับอุจิมัทฉะ (ไอศกรีมมีให้เลือกทั้งหมด 6 รสชาติ คือ อุจิมัทฉะ, ถั่วเหลืองบดกับอุจิมัทฉะ, ถั่วแดงกับอุจิมัทฉะ, ชาเขียวข้าวคั่ว, งาดำ และวานิลลา) ตัวผงมัทฉะและโฮจิฉะที่โรยมาเข้มข้นมาก ๆ ตัดรสชาติได้ดีกับไอศกรีม ถั่วแดง และครีมสดที่ท็อปปิ้งมา

Uji Matcha Bread Cream Toast

เครื่องดื่มเราเลือกสั่งเป็น “Uji Matcha Latte Marshmallow” (115 บาท) อุจิมัทฉะลาเต้ร้อนที่เข้มข้นไม่มาก จุ่มมาร์ชแมลโลว์ที่เบิร์นหน้ามารสชาติหวานนิด ๆ ลงไปแล้วเข้ากันดี ความหนึบหนับของมาร์ชแมลโลว์กับกลิ่นหอมเบา ๆ ของอุจิมัทฉะ ดื่มแล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนเครื่องดื่มเย็นเราเลือกเป็น “Kokuto Hojicha” (110 บาท) ชาโฮจิฉะผสมน้ำตาลทรายแดงญี่ปุ่นที่ช่วยเพิ่มความหวานนิด ๆ ให้กับชาหอม ๆ

Uji Matcha Latte Marshmallow

Kokuto Hojicha

เรียกได้ว่าเป็นการยกรสชาติของเกียวโตมาไว้ที่นี่ได้แบบจัดเต็ม ใครที่ชื่นชอบการดื่มชา คิดถึงญี่ปุ่น คิดถึงเกียวโต หรืออยากสัมผัสบรรยากาศคิสสะเต็น คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น ก็แวะมาที่ทองหล่อซอย 10 กันได้เลย!!

Hannari Cafe de Kyoto บรรยากาศคิสสะเต็นสไตล์ญี่ปุ่น

ที่ตั้ง: 111/5 ซอยทองหล่อ 10 เขตวัฒนา (สามารถจอดรถได้ที่ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ *มีค่าบริการ)
เวลาเปิด – ปิด: 10.30 – 21.30 น. (Last Order 21.00 น.) *เปิดทุกวัน
โทรศัพท์: 02-101-1591
Facebook: www.facebook.com/hannari.thailand
Instagram: www.instagram.com/hannari.thailand
*เวลาเปิด – ปิดและเงื่อนไขในการให้บริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และประกาศของทางรัฐบาล


 

views