จิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok
3 January 2021

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok

ช่วงส่งท้ายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะยังไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวหรือได้พักผ่อนสักเท่าไรนัก ปีใหม่ปีนี้ หากอยากจะมอบรางวัลให้กับตัวเองและคนใกล้ตัวสักชิ้นแล้ว การเปลี่ยนสถานที่นอน สถานที่พักใจ แบบที่ได้บรรยากาศดีๆ บริการเลิศๆ ใช้เวลาชิลๆ ได้ทั้งวันโดยที่ไม่ต้องออกไปไหน เราว่าการเลือก Staycation ที่โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ (Capella Bangkok) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยนะ

เพราะทางโรงแรมเขามีแพ็คเกจที่ผู้เข้าพักจะได้รับเครดิตเริ่มต้นที่ 8,800 บาท/คืน สำหรับใช้บริการในส่วนต่างๆ ของโรงแรมด้วย เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวได้ 2 ต่อคือจ่ายค่าห้องพัก แต่ได้รัยเครดิตสำหรับใช้บริการส่วนอื่นๆ ของโรงแรมได้เพิ่มเติมด้วย เช่น บริการทรีทเมนท์เพื่อสุขภาพที่ Auriga Wellness, รับประทานอาหาร เครื่องดื่มที่ Côte by Mauro Colagreco หรือจิบน้ำชายามบ่ายที่ Tea Lounge เป็นต้น

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea


การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากถนนสายประวัติศาสตร์ – ถนนเจริญกรุง


โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมในเครือ Capella Hotels and Resorts ซึ่งเลือกเปิดที่กรุงเทพฯ เป็นที่แรกในเมืองไทย ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้บริการในเมืองท่องเที่ยวสำคัญมาแล้วหลายแห่งทั้งเซียงไฮ้, สิงคโปร์, อูบุด, ซานยา และดึสเซลดอร์ฟ

สำหรับการออกแบบของคาเพลลา กรุงเทพฯ นั้นเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างสถาปนิกแอนดี้ มิลเลอร์ (Andy Miller), ริชาร์ด สกอตต์ วิลสัน (Richard Scott Wilson) จาก Hamiltons International และทีมออกแบบตกแต่งภายในจากบริษัทบาโม่ (BAMO)

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

โดยพวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมของถนนเจริญกรุง ถนนเส้นแรกของกรุงเทพฯ และเลือกนำมาถ่ายทอดผ่านการผสมผสานเข้ากับความผ่อนคลายในสไตล์การเข้าพักแบบรีสอร์ตที่มีความเงียบสงบท่ามกลางความเร่งรีบและวุ่นวายของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาตัวชูโรง ซึ่งทุกห้องพักและวิลล่ารวม 101 ห้อง ถูกออกแบบให้มองเห็นวิวแม่น้ำได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกพักห้องพักในรูปแบบไหนก็จะได้รับประสบการณ์แบบรีสอร์ตริมน้ำเหมือนกันทุกห้อง

ผู้เข้าพักยังสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนด้วยบริการ “คาเพลลา คัลเจอร์ริสต์” (Capella Culturist) ที่สามารถให้ข้อมูล แนะนำหรือจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยในท้องถิ่นให้กับผู้เข้าพักให้ได้รับประสบการณ์และเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในย่านเจริญกรุงในระหว่างการเข้าพักที่โรงแรมได้อีกด้วย

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea


เชฟเมาโร โกลาเกรโก เจ้าของรางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปีค.ศ.2019


สำหรับห้องอาหารที่ถือเป็นไฮไลท์ของโรงแรมคือ “โค้ท บาย เมาโร โคลาเกรคโค” (Côte by Mauro Colagreco) ที่เสิร์ฟอาหารสไตล์ริเวียร่าจากฝรั่งเศสและอิตาลี ภายใต้การดูแลของเชฟเมาโร โกลาเกรโก (Mauro Colagreco) เชฟลูกครึ่งอิตาลี-อาร์เจนตินา เจ้าของร้านอาหาร Mirazur ณ เมืองม็องตง ประเทศฝรั่งเศส และเป็นเจ้าของรางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกประจำปีค.ศ.2019 จากการจัดอันดับรายการ World’s 50 Best Restaurants 2019 ด้วย

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

นอกจากนั้นยังมีห้องอาหารไทย “พระนคร” (Phra Nakhon) ที่ดูแลโดยเชฟเล็ก – วิเชียร ไตรรัตนวาธิน เชฟผู้เกิดและเติบโตมาในย่านเจริญกรุง และ “สเตลลา บาร์” (Stella) ค็อกเทลบาร์ดีไซน์ลึกลับน่าค้นหาที่เสิร์ฟค็อกเทลเคล้าดนตรีป๊อปแจ๊ส และจุดเด่นของเสตลลา บาร์คือมีเซ็ตเมนูจับคู่เครื่องดื่มกับขนมหวานให้บริการด้วย เป็นการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับช่วงค่ำคืนได้เป็นอย่างดี

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea


จิบน้ำชายามบ่าย ณ Tea Lounge ที่โอบล้อมด้วยทิวทัศน์อันเขียวขจี


สำหรับ ‘ชา’ นั้นจะเรียกว่าป็นมากกว่าเครื่องดื่มก็คงไม่ผิดนัก เพราะการดื่มชาเป็นวัฒนธรรมและประเพณีทางสังคมที่สืบสานกันมาอย่างยาวนานของชาวเอเชีย เช่นเดียวกับรสชาติและกลิ่นหอมของชาที่มีความเข้มข้น สลับซับซ้อนซึ่งเกิดจากการเพาะปลูกและปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาทิ สภาพอากาศ ภูมิประเทศ และธรณีวิทยา เป็นต้น

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

สำหรับโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ นั้นได้ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกชาโดยมี ‘ที คอนนะเซอร์’ (Tea Connoisseur) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการชงชา เป็นผู้คัดสรรพันธุ์ชาหายากจากประเทศต่างๆ เช่นจากเทือกเขาที่มีอากาศเย็นสบายทางตอนใต้ของจีน หรือจากยอดดอยทางตอนเหนือของประเทศไทย โดยนำใบชาที่ได้มาพัฒนาและปรับปรุงสูตรพิเศษ คำนึงถึงการเลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติ พืชและพรรณไม้ ตลอดจนสมุนไพรนานาชนิดมาเป็นส่วนประกอบสำคัญ

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

และเพื่อเพิ่มอรรถรสและสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าจดจำในการจิบน้ำชายามบ่ายที่ ‘ที เลานจ์’ ทางโรงแรมยังมีเครื่องดื่มสุดพิเศษ Signature Diamant Champagne ซึ่งผลิตโดย Vranken Pommery House ในประเทศฝรั่งเศส ที่มีบริการเฉพาะที่โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ แห่งเดียวเท่านั้น

ที่คาเพลลา กรุงเทพฯ เชฟซิลแวง คองสตองส์ – เอ็กเซ็คคิวทีฟ เพสทรี เชฟ (Sylvain Constans – Executive Pastry Chef) เลือกเสิร์ฟอาฟเตอร์นูน ที (Afternoon Tea) ที่ผสมผสานวัฒนธรรมการจิบชาแบบตะวันตกและการดื่มชาของชาวเอเชียเข้าไว้ด้วยกัน เชฟซิลแวง มีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ขนมหวานให้กับร้านอาหารและร้านขนมชื่อดังมาแล้วทั่วโลก รวมถึงแบรนด์ร้านขนมที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง อาทิ ร้าน The Dorchester ในกรุงลอนดอน, ร้าน Dior des Lices ในเมือง Saint-Tropez และร้าน Beige Alain Ducasse ที่ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง “ชาเนล” ในกรุงโตเกียว เป็นต้น

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

ชุดน้ำชายามบ่ายที่นี่มีเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นด้วยบริการรถเข็นชาและพรรณไม้ธรรมชาติหลากชนิด (Tea & Herb Trolley) มีประเภทชาให้เลือกหลากหลายชนิด อาทิ ชาดำ ชาขาว ชาเขียว หรือชาอูหลงแบบพรีเมียม ตลอดจนชาสมุนไพรสด ชาดอกไม้ ที่เราสามารถเลือกชาและเพิ่มส่วนผสมต่างๆ เช่น มะนาว ส้ม พืชสมุนไพร ฯลฯ ได้ตามความชื่นชอบ

และในขณะที่เราเริ่มจิบชา บริการของว่างเลิศรสก็จะเริ่มถูกทยอยเสิร์ฟมีทั้งไข่มุกฟรัวการ์ (Foie Gras Pearl) และอูนิรอยาล (Uni Royale) ก่อนจะเป็นขนมปังสโคนสไตล์โฮมเมดแบบฝรั่งเศส พร้อมแยมส้มโอผสมเครื่องเทศ มาร์มาเลดมะนาวและขิง และ คล็อตเต็ดครีม และเข้าสู่ช่วงไฮไลท์ด้วยรถเข็นขนมหวาน ที่ขนมหวานหน้าตาน่ารับประทานมากมายหลายชิ้นถูกจัดเรียงมาในตู้กระจกใส (Dessert Trolley) อาทิ ขนมพาย ขนมอบ มัดเดอแลน คุ้กกี้มาการอง และเค้กนานาชนิด เป็นต้น

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

เป็นประสบการณ์การดื่มน้ำชายามบ่ายที่มีเอกลักษณ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอาย มนต์เสน่ห์ และความสง่างามเหนือกาลเวลาของย่านเจริญกรุง และด้วยพื้นที่จำกัดของ ‘ที เลานจ์’ จึงสามารถให้บริการได้เพียง 20 ที่นั่งต่อวันเท่านั้น “Signature High Tea Experience” ของเชฟซิลแวงจึงถือเป็นหนึ่งในสถานที่จิบน้ำชายามบ่ายที่ไม่ควรพลาด

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

ชุด “Capella Signature High Tea Experience” ราคาท่านละ 1,500++ บาท และ “Capella Signature High Tea & Champagne” ราคาท่านละ 2,500++ บาท (ไม่รวมค่าบริการและภาษี 17.7%)

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 14.00 – 18.00 น. สามารถสำรองที่นั่งได้ทางอีเมล์ tealounge.bangkok@capellahotels.com หรือ โทร. 0-2098-3888


นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมีแพ็คเกจพิเศษ STAYCATION ราคาเริ่มต้นคืนละ 17,500 บาท พร้อมบริการอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่านและแชมเปญซิกเนเจอร์ของโรงแรม 1 ขวด รวมทั้งยังได้รับเครดิตเพื่อใช้ในห้องอาหารหรือรับบริการอื่นๆ ภายในโรงแรม เริ่มต้น 8,800 บาทด้วย

Staycation พร้อมจิบน้ำชายามบ่ายริมแม่น้ำที่ Capella Bangkok Afternoon Tea

Capella Bangkok
ที่อยู่ : 300/2 ถนนเจริญกรุง ยานนาวา สาทร กรุงเทพฯ​
เว็บไซต์ : www.capellabangkok.com

 

เรื่องและภาพ: ทัศวีร์ เจริญบุรีรัตน์

เรื่องโดย : แอดมินShimPook
ที่มา : www.daco-thai.com
Topic photo cr : www.daco-thai.com
 
views
ShimPook
Editor in chief
อีดิทเตอร์ผู้คลั่งไคล้การตระเวนดูคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี และรักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ คติประจำใจ "ชีวิตมีไว้ใช้ เงินที่หามาได้ก็เช่นกัน"

บทความที่น่าสนใจ

© DACO CO.,LTD. ALL RIGHTS RESERVED.
DACO Co., Ltd.
Contact: 096-031-8051 (Editorial), 096-031-1703 (Sales)
E-mail (Editorial) : dacothai@daco.co.th
E-mail (Sales) : tj@daco.co.th