teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก สถานที่ที่ปล่อยให้เราได้ดื่มด่ำกับโลกไร้พรมแดนแห่งจินตนาการ

ในวันที่เหนื่อยล้าและจิตใจต้องการการเยียวยา เราเป็นอีกคนที่มักจะเลือกหันหน้าเข้าหาศิลปะ การได้นั่งปล่อยตัวปล่อยใจล่องไปกับงานศิลป์ที่อยู่ตรงหน้า มักจะทำให้เรารู้สึกสบายใจได้เสมอเมื่อดึงตัวเองกลับมาเผชิญกับโลกปัจจุบัน ดังนั้น แทบทุกการเดินทางของเราไม่ว่าจะที่ญี่ปุ่นหรือที่ไหน ๆ มักจะมีแพลนเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หรืองานนิทรรศการศิลปะอยู่ด้วยเสมอ และ teamLab Planets TOKYO คือสถานที่ที่เราเลือกจะกลับมาเยือนอีกครั้งเมื่อต้องเดินทางมาโตเกียว

เรื่องตลกอย่างหนึ่งที่พอนึกถึงที่นี่ทีไรแล้วขำตัวเองทุกทีก็คือ ตอนเรามา ทีมแล็บ ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2019 เราตั้งใจมาที่นี่โดยที่ไม่ได้ทำการบ้านไว้ว่ามันอยู่ใกล้ตลาดปลาโทโยสุ ส่วนตอนที่เรามาตลาดปลาโทโยสุ เราก็ลืมไปว่าทีมแล็บอยู่ใกล้ ๆ ตลาดปลา จนมาครั้งล่าสุดนี่แหละถึงตั้งสติได้ว่า “เดินทีมแล็บวันหนึ่งแล้วเดินตลาดปลาวันหนึ่งดีกว่า” และใช่ค่ะ วันที่จะเดินตลาดปลาเป็นวันหยุดของตลาดปลาพอดี… สุดท้ายแล้วก็ยังไม่เคยได้เที่ยวทีมแล็บและตลาดปลาโทโยสุในทริปเดียวกัน

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

เอาล่ะ! กลับเข้าเรื่อง เหตุผลที่เราเลือกจะกลับมาเยือนทีมแล็บที่โทโยสุอีกครั้งก็เพราะครั้งแรกที่เรามายังไม่มีส่วนของ Garden ครั้งนี้ได้โอกาสให้รางวัลตัวเอง ปีใหม่ทั้งที สถานการณ์โควิด-19 ก็กลายเป็นเรื่องที่เราเริ่มคุ้นชินที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันแล้วในระดับหนึ่ง และการเดินทางมาญี่ปุ่นก็ง่ายขึ้นแล้ว เราจึงไม่รีรอ ปักหมุดลงโตเกียว เพื่อมาใช้เวลาปลดปล่อยจิตใจและร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับงานศิลปะที่ teamLab Planets TOKYO อีกครั้งในทันที


พิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานความล้ำของเทคโนโลยีกับความงดงามของศิลปะเอาไว้ได้อย่างลงตัว


teamLab Planets TOKYO คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลที่ตั้งอยู่ในเขตโทโยสุของโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานความล้ำของเทคโนโลยีกับความงดงามของศิลปะเอาไว้ได้อย่างลงตัว และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมอย่างเราได้ดื่มด่ำกับศิลปะอย่างใกล้ชิด ผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดวงตามองความงาม การใช้หูฟังดนตรีประกอบเพราะ ๆ และการใช้ร่างกายสัมผัสกับสิ่งรอบตัวแบบไร้สิ่งกั้นขวาง

ภายในแบ่งออกเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ ๆ คือ Water Area และ Garden Area โดยแต่ละพื้นที่ก็จะแบ่งเป็นโซนย่อย ๆ อีก สำหรับคนที่ชื่นชอบการเดินพิพิธภัณฑ์ศิลปะแล้ว ถึงที่นี่จะไม่ใหญ่มาก แต่บอกเลยว่าใช้เวลาปล่อยตัวปล่อยใจได้อย่างเพลิดเพลินแน่นอน

หลังจากที่ซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ เลือกวันและรอบที่จะเข้าชมแล้ว ลิงก์ QR CODE จะถูกส่งมาที่อีเมล เมื่อมาถึงที่ทีมแล็บก็ต่อแถวเข้าคิวและรอแสดง QR CODE กับสต๊าฟที่ประตูทางเข้าก่อนเข้าชมได้เลย โดยก่อนเข้าไปยังห้องล็อคเกอร์ สต๊าฟจะให้เรายืนดูวิดีโอที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินชมงานภายในพิพิธภัณฑ์กันก่อน หลัก ๆ เลยคือ

– การเข้าชมในส่วนของ Water Area จะต้องเดินเท้าเปล่า
– ระดับน้ำในพื้นที่ Water Area อาจสูงถึงระดับเข่าสำหรับผู้ใหญ่ (เพราะฉะนั้นควรสวมใส่กางเกงที่พับขาได้ง่าย หรือจะยืมกางเกงขาสั้นที่นี่ก็ได้ เพียงแจ้งกับสต๊าฟของทีมแล็บได้เลย ไม่มีค่าบริการ)
– เนื่องจากมีห้องที่พื้นเป็นกระจกด้วย กรณีที่สวมกระโปรงหรือกางเกงขากว้างมา ก็มีโอกาสสูงที่กระจกจะสะท้อนกางเกงในของเรา
– ภายในมีทั้งพื้นที่ที่มีแสงสว่างจ้าและพื้นที่มืด ดังนั้นจะต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินชมด้วย
– สามารถนำโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปเข้าไปได้ แต่ไม่สามารถใช้แฟลชและขาตั้งกล้องได้

ดูวิดีโอเสร็จ ถอดรองเท้า ถุงเท้า เก็บของไว้ในล็อคเกอร์เรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่โลกไร้พรมแดนแห่งจินตนาการกันได้เลย!


Waterfall of Light – น้ำตกแห่งแสงบนยอดเนิน ณ ปลายทาง

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

เมื่อก้าวเท้าสู่ Water Area ทีมแล็บจะพาเราเข้าสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงไฟสีฟ้าสลัวที่ปลายเท้านำทางเราสู่พื้นที่แรกของการผจญภัยในโลกไร้สิ่งกั้นขวางแห่งนี้ “น้ำตกแห่งแสง” ทางเดินลาดเอียงที่มีสายน้ำไหลผ่าน และมีน้ำตกที่ไหลไม่ขาดสายอยู่ ณ ปลายทางของยอดเนิน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำตกที่ภูเขาของชิโกกุ (Shikoku) สายน้ำที่ประกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ เมื่อมีแสงสีขาวมาตกกระทบก็ทำให้อนุภาคเล็ก ๆ เหล่านั้นชัดเจนขึ้น ประกอบกันจนเป็นแสงสว่างที่ปลายทาง ณ สายน้ำที่กำลังไหลร่วงลงสู่พื้นที่คอยนำทางเราไปให้ถึงเป้าหมาย (แต่ใครที่ไม่มั่นใจกับการทิ้งน้ำหนักเท้าและการรักษาสมดุลในการทรงตัวของตัวเอง ขอแนะนำให้เดินจับราวขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะตอนที่เราเดินอยู่ก็ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กังวลตลอดเวลาว่าคนข้างหน้าจะล้มลงตอนไหน)

Soft Black Hole – เมื่อร่างกายเรากลายเป็นพื้นที่ว่างที่ส่งผลกระทบต่อคนอื่น

หลังจากเดินทางผ่านน้ำตกแห่งแสงและแวะเช็ดเท้าให้แห้งเรียบร้อยดีแล้ว เรายังคงอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงสว่างเล็กน้อยที่ปลายทาง

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

ณ ห้องที่เปรียบเสมือนหลุมดำเวอร์ชั่นนุ่มนิ่มแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในปัจจุบันที่อาจไม่เปิดโอกาสให้เราได้ตระหนักถึงร่างกายและมวลกายของตัวเองมากนัก การก้าวเดินไปบนพื้นเรียบในแต่ละวันเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทุกคน แต่หากจะต้องก้าวขาจมลงสู่พื้นที่แห่งนี้ล่ะ? ร่างกายเราจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรกันนะ? นั่นถือเป็นความท้าทายของห้องนี้ที่เราต้องก้าวเดิน ทรงตัว และพยุงตัวเองไว้ให้ไปถึงปลายทาง โดยที่ไม่หมดแรงและปล่อยให้หลุมดำกลืนกินเราไปซะก่อน (ไม่ได้น่ากลัวขนาดที่เขียนหรอกนะ ฮ่าฮ่า)

เหนือสิ่งอื่นใด ห้องนี้บอกเราอยู่กลาย ๆ ว่าทุกการกระทำของเราล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งรอบตัวหรือคนรอบข้างไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะในขณะที่เราก้าวเดินเอาเท้าและตัวจมลงในพื้นที่ว่าง ณ จุดหนึ่ง ในขณะนั้นจุดที่เราสร้างขึ้นมาในพื้นที่ว่างแห่งนั้นย่อมส่งผลต่อคนที่กำลังเดินนำหน้า เดินข้าง ๆ หรือเดินตามหลังมาด้วย

The Infinite Crystal Universe – จักรวาลแห่งคริสตัลที่ระยิบระยับไม่มีที่สิ้นสุด

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

ก้าวผ่านความมืดมิดมาแล้ว ชีวิตควรได้พบเจอกับความสว่างบ้าง (นี่มาเดินพิพิธภัณฑ์ศิลปะจริงใช่ไหม?) ณ จักรวาลแห่งนี้เราสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงสีสันให้กับเหล่าคริสตัลผ่านแอปพลิเคชันได้ แต่ถึงจะไม่ใช้แอปพลิเคชัน การได้เดินชมความงดงามที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ในพื้นที่ที่คล้ายว่าไม่มีจุดสิ้นสุดแห่งนี้ก็เหมือนกับเราได้ลอยเคว้งอยู่ในจักรวาลแห่งคริสตัลจริง ๆ สมกับชื่อห้องแล้วล่ะ

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

สำหรับห้องนี้ ถ้าคิด ๆ ดูให้ดีแล้ว จักรวาลคริสตัลคงกำลังบอกใบ้เราอยู่ว่าเราเป็นคนแบบไหน คนที่ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปรับตัวและอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ได้ หรือเป็นคนที่อยากจะเปลี่ยนแปลงให้สิ่งรอบตัวเป็นไปอย่างที่ต้องการ แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน เราเชื่อว่าจักรวาลแห่งนี้จะดึงดูดทุกคนให้ดำดิ่งไปกับความสวยงามของมันได้อย่างแน่นอน (รู้ตัวอีกที เวลาอาจผ่านไปแล้วหลายสิบนาทีก็เป็นได้)

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก


Drawing on the Water Surface – ศิลปะบนผิวน้ำ ความงามจากการมีอยู่ของผู้คนและการร่ายรำของเหล่าปลาคาร์ฟ

ปลาคาร์ฟ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นที่ถูกนำมาถ่ายทอดความงามผ่านผืนน้ำในห้องกระจกที่ดูทอดยาวไม่รู้จบแห่งนี้ การเคลื่อนที่ของปลาคาร์ฟก็ช่างน่าสนใจ เพราะได้รับอิทธิพลจากการปรากฏตัวของผู้คน รวมทั้งปลาคาร์ฟตัวอื่น ๆ เมื่อเราชนกับปลาคาร์ฟ พวกมันจะฟุ้งกระจายกลายเป็นดอกไม้งาม ซึ่งดอกไม้ที่เบ่งบานบนผิวน้ำนั้นจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลตลอดทั้งปี เรายืนเล่นกับปลาคาร์ฟอย่างเพลิดเพลิน รู้ตัวอีกทีเท้าก็แทบจะเหี่ยวแล้ว

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

Matter is Void – Fire – ในการเปลี่ยนแปลงคือการเปลี่ยนผ่านและไม่มีวันย้อนกลับ

โซนเล็ก ๆ ใกล้ Drawing on the Water Surface แห่งนี้เป็นโซนที่เกิดขึ้นใหม่ที่จะชวนเราฉุกคิดเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของผ่านงานศิลปะซึ่งเป็นผลงาน NFT ที่ทุกคนสามารถดาวน์โหลดมาเป็นเจ้าของได้ โดยคำตั้งต้นที่ปรากฏที่ทีมแล็บ คือ “Matter is Void” และที่สำคัญคือผู้ที่เป็นเจ้าของ NFT นั้นจะสามารถแก้ไขคำเหล่านี้ได้ โดยคำ ๆ เดียวกันนี้จะสะท้อนให้เห็นในอาร์ตเวิร์กทั้งหมดที่ดาวน์โหลดโดยผู้คนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อแก้ไขคำต้นฉบับแล้ว แม้ว่าเจ้าของ NFT จะตัดสินใจเปลี่ยนกลับเป็น “Matter is Void” เหมือนเดิม คำที่ปรากฏก็จะต่างไปจากเดิมอยู่ดี ถือเป็นการเตือนสติเราทางอ้อมว่าเมื่อตัดสินใจแก้ไขสิ่งใดแล้ว ถึงแม้จะมันจะกลับมาคล้ายหรือใกล้เคียงเดิมได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเราเองนั้นต่างรู้อยู่แก่ใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งเดิมอย่างที่มันเคยเป็นมา

Expanding Three-Dimensional Existence in Transforming Space – อวกาศทรงกลมที่เปลี่ยนแปลงเสมอเมื่อเราเคลื่อนผ่าน

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

ห้วงอวกาศทรงกลมแห่งนี้ดูเรียบง่ายแต่โดยส่วนตัวแล้วเราว่ามันมีความน่ารักอยู่ในตัว ด้วยลูกบอลทรงกลมจำนวนมากที่เคลื่อนตัวไปมาทั้งบนพื้นที่ล่องลอยอยู่ บวกกับสีสันที่เปลี่ยนไปมาได้หลากหลายสีตามการกระทำของผู้คน เช่น การผลัก หรือ การชน ประกอบห้องกระจก ทำให้รูปที่ถ่ายออกมาดูมีความเป็นสามมิติอยู่เบา ๆ อีกทั้ง เด็กน้อยที่กำลังวิ่งหลบกันไปมาและเล่นกับลูกบอลหลากสี พร้อมส่งเสียงหัวเราะ เสียงแห่งความสุขออกมาเบา ๆ ก็ทำให้บรรยากาศในห้องแห่งนี้น่ารักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Floating in the Falling Universe of Flowers – ล่องลอยไปในจักรวาลแห่งดอกไม้ที่ผันแปรตามกาลเวลา เติบโต เบ่งบาน ร่วงโรย และร่วงหล่น

จักรวาลของคนรักดอกไม้แห่งนี้เป็นโซนสุดท้ายของ Water Area ซึ่งเป็นห้องที่เราใช้เวลานานมาก ๆ นานแบบที่ลืมไปเลยว่าโลกนี้มีนาฬิกา การได้นั่งหรือนอนนิ่ง ๆ จ้องมองดอกไม้ที่ผลิบานและผันแปรสภาพไปตามกาลเวลา ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้หลุดลอยไปในจักรวาลพร้อมกับกลีบดอกไม้เหล่านั้น เป็นส่วนเล็ก ๆ ของจักรวาลที่แสนสวยงามในห้องแห่งนี้ และในขณะเดียวกันก็เป็นการย้ำเตือนกับเราว่า ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีวัฏจักรของมัน ดอกไม้เติบโต ผลิดอก เบ่งบาน และเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็เหี่ยวเฉาและร่วงโรยไป เฉกเช่นกับมนุษย์เราที่มีการเวียนว่ายตายเกิด

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

จะว่าไปแล้วนอกจากได้ผ่อนคลาย ได้ล่องลอยไปกับความงดงามของจักรวาลทีมแล็บแล้ว ยังเหมือนได้ค้นหาความหมายบางอย่างให้กับการใช้ชีวิตของเราเองไปพร้อม ๆ กัน แต่นี่เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้นนะ เดินออกจากจักรวาลดอกไม้มาแล้ว กลับมาสู่ห้องล็อคเกอร์ สวมรองเท้าที่ทางทีมแล็บจัดเตรียมไว้ แล้วเลี้ยวเข้าอีกทางก็จะพบกับโซน Garden Area

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก


Moss Garden of Resonating Microcosms – สะท้อนความงามของธรรมชาติผ่านแสง สี และเสียง

สวนมอสแห่งนี้ พอเดินเข้ามาให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ยุคดึกดำบรรพ์กับกองทัพไข่ไดโนเสาร์ที่เตรียมฟัก (จินตนาล้ำเลิศใช่ไหม?) เจ้าไข่ที่เรียงรายบนสวนมอสแห่งนี้จะเผยให้เห็นความงามแตกต่างกันไปในช่วงเวลาก่อนและหลังพระอาทิตย์ตก

ช่วงกลางวัน แสงแดดที่ส่องลงมาจะสะท้อนกับไข่สีเงินแวววาว ส่วนเมื่อยามหลังพระอาทิตย์ตก เจ้าไข่ทรงวงรีเหล่านี้จะส่องแสงหลากสีสวยงาม และเมื่อมีลมหรือเราไปสัมผัสเจ้าวงรีนั้น มันจะล้มลุก อีกทั้งส่งเสียงเบาสะท้อนก้องต่อกันไปเรื่อย ๆ จนทั่วทั้งพื้นที่ เรียกว่าได้สัมผัสประสบการณ์ครบทั้งแสง สี เสียง เลยล่ะ

Floating Flower Garden – เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกับเหล่าดอกไม้ที่ล่องลอยอยู่เบื้องบน

สวนดอกไม้ในพื้นที่เปิดโล่งแห่งนี้ พาเราเข้าสู่โลกที่ดอกไม้ล่องลอยอยู่เบื้องบน พร้อมกระจกที่คอยสะท้อนเงาอยู่เบื้องล่าง พอพาตัวเองเข้าไปอยู่ใจกลางพื้นที่แล้วก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับสวนแห่งนี้ ซึ่งดอกไม้ที่ถูกจัดแสดงในงานศิลปะชิ้นนี้ คือ กล้วยไม้ เพราะกล้วยไม้ส่วนใหญ่สามารถเติบโตได้โดยไม่ใช้ดิน และอาศัยการดูดเอาน้ำหรือความชื้นจากอากาศ กล้วยไม้จึงล่องลอยอยู่เบื้องบน เติบโต และเบ่งบานตามวันเวลาที่ผันผ่านไปให้เราได้ชมความงดงามของมันได้แบบไม่ซ้ำในแต่ละช่วงเวลา


นอกจาก Water Area และ Garden Area ในส่วนของ Public Area ยังมี teamLab Flower Shop ที่เราสามารถซื้อของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือดอกกล้วยไม้ที่ใช้ในงานศิลปะกลับบ้านได้อีกด้วย หรือถ้าใครยังเสพงานศิลปะไม่อิ่ม ไม่หนำใจ ก็ยังมี Vegan Ramen UZU Tokyo ที่เราสามารถสั่งราเมงมานั่งกินไป ชมงาน Reversible Rotation – Non-Objective Space งานแสดงการวาด calligraphy แบบ 360 องศารอบตัวเรา (น่าเสียดายที่ตอนเราไปมีคิวรอค่อนข้างเยอะ เลยไม่ได้เข้าไปชมความงามของจุดนี้ แต่รอบหน้าไม่พลาดแน่!)

และอีกหนึ่งงานที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ Universe of Fire Particles Falling from the Sky ผลงานที่ดึงเราดำดิ่งได้ตั้งแต่ยังไม่เดินเข้างาน ทั้งตัวงานศิลปะเองที่เมื่อเราก้าวไปยืนอยู่บนงาน พื้นที่หลุมดำจะปรากฏขึ้น พร้อมกับเปลวไฟที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไป อีกทั้งดนตรีประกอบที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยฮิเดอากิ ทาคาฮาชิ (Hideaki Takahashi) ก็ชวนดำดิ่งไม่แพ้ตัวงาน พอสองอย่างนี้รวมร่างกันเลยได้ฟีลสุด ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเรื่อง Stranger Things ถูกใจติ่งอย่างเราเป็นที่สุด!

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

กิมมิคอีกอย่างของงานชิ้นนี้คือเมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Distributed Art เปลวไฟจะติดขึ้นในแอปฯ ของเรา และเราสามารถนำงานชิ้นนี้ไปส่งต่อให้คนอื่น ๆ ต่อไปได้ด้วย (ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นตัวแทนส่งต่อไฟคบเพลิงโอลิปปิกเลยแฮะ)

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

และนี่คือสิ่งที่เราได้สัมผัสในจักรวาลของ teamLab Planets TOKYO ที่ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปเที่ยวกันสักครั้ง! ส่วนใครที่ไปเยือนมาแล้วและยังคงอินยาว ๆ เหมือนกับเรา ขอแนะนำเพลย์ลิสต์ชวนดำดิ่งของทีมแล็บที่ฟังได้ทาง spotify


teamLab Planets TOKYO

เวลาเปิด – ปิด: 10.00 – 20.00 น. (จันทร์-ศุกร์) และ 09.00 – 21.00 น. (เสาร์-อาทิตย์, วันหยุด)
วันที่ขยายเวลาเปิด – ปิด: 20, 22, 24 มีนาคม เปิด 09.00 – 21.00 น. และ 25 มีนาคม / 2, 29, 30 เมษายน เปิด 09.00 – 22.00 น.
วันหยุด: 13 เมษายน
Last entry: ก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม:
ถึง 31 มีนาคม 2023
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 3,200 เยน
เด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น-ปลาย 2,000 เยน
เด็ก (4-12 ปี) 1,000 เยน
เด็ก (ต่ำกว่า 3 ขวบ) เข้าฟรี
ส่วนลดคนพิการ (ที่มีเอกสารรับรอง) 1,600 เยน

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2023
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 3,500 เยน
เด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น-ปลาย 2,300 เยน
เด็ก (4-12 ปี) 1,300 เยน
เด็ก (ต่ำกว่า 3 ขวบ) เข้าฟรี
ส่วนลดคนพิการ (ที่มีเอกสารรับรอง) 1,900 เยน

วิธีการเดินทาง
1) Shin-Toyosu (รถไฟลอยฟ้าสาย Yurikamome) ใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 1 นาที
2) Shijo-mae (รถไฟลอยฟ้าสาย Yurikamome) ใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 5 นาที
3) Toyosu (รถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Yurakucho) ใช้เวลาเดินจากสถานีประมาณ 10 นาที

teamLab Planets TOKYO เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก

สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าทางออนไลน์ได้ที่ทาง teamlabplanets.dmm.com หรือ klook.com

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง
Website / Instagram / Twitter

เรื่องและภาพ: ทัศวีร์ เจริญบุรีรัตน์

views