Reini จากจุดเริ่มต้น “0” สู่เสียงเพลงที่เชื่อมโยงหัวใจข้ามพรมแดน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ Reini (レイニ) ค่อย ๆ ถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะศิลปินรุ่นใหม่จากญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงเพลงได้อย่างลึก ซื่อสัตย์ และจริงใจ ภายใต้สังกัด Sony Music Labels Inc. เขาเดบิวต์อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2025 และใช้เวลาเพียงไม่นานในการสร้างเอกลักษณ์ทางดนตรีของตัวเอง ด้วยซาวด์ที่ผสานความอินดี้เข้ากับบรรยากาศแบบภาพยนตร์ จนกลายเป็นลายเซ็นที่ชัดเจนของเขา

Reini จากจุดเริ่มต้น “0” สู่เสียงเพลงที่เชื่อมโยงหัวใจข้ามพรมแดน

เส้นทางของ Reini เริ่มจริงจังตั้งแต่อายุ 16 ปี เมื่อเขาตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตลำพังที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 4 ปี ช่วงเวลานั้นไม่เพียงเปิดโลกทัศน์ แต่ยังเป็นจุดที่เขาได้ค้นพบและตกผลึกความรักในดนตรี ก่อนจะกลับมาญี่ปุ่นพร้อมความมุ่งมั่นในการเป็นศิลปินเต็มตัว ผลงานอย่าง “Spiral” ซึ่งถูกใช้เป็น OST ซีรีส์ญี่ปุ่นของ Fuji TV ก็ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของศิลปินที่เล่าเรื่องความรู้สึกได้อย่างละเอียดอ่อน ขณะเดียวกัน อัลบั้มล่าสุด “Act. 0” ที่ปล่อยเมื่อเดือนมกราคม 2026 ก็สะท้อนช่วงเวลาเริ่มต้นครั้งสำคัญของเขาได้อย่างชัดเจน

และในโอกาสที่ Reini บินตรงมาร่วมงานเปิดตัวซีรีส์ไทย “Fourever You 2 (Wabi Sabi)” เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเพลงของเขาถูกใช้ทั้งเป็น Insert Song และเพลง Ending ใน EP7 และ EP8 DACO THAI ก็ไม่พลาดที่จะชวนเขามาพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้ รวมถึงเส้นทางดนตรีและผลงานอื่น ๆ ที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับตัวตนของเขา

ปีแรกของการเดบิวต์ และการเติบโตที่ค่อย ๆ ชัดเจน

- หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเส้นทางศิลปินจนถึงวันนี้ คุณรู้สึกว่าตัวตนทางดนตรีของ Reini เปลี่ยนแปลงหรือเติบโตไปอย่างไรบ้าง
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ผมได้สัมผัสทั้งความสนุกและความยินดีมากมายครับ การได้พูดคุยกับผู้ชม การได้พบเจอผู้คนหลากหลาย และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับพวกเขา ผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นคงสะท้อนออกมาอยู่ในเพลงของผมด้วยเหมือนกันครับ

- ผลงานของคุณมักถูกพูดถึงในแง่ของการผสมผสานความเป็นอินดี้กับบรรยากาศแบบภาพยนตร์ อะไรคือองค์ประกอบสำคัญที่คุณยึดถือเวลาแต่งเพลงเพื่อให้เกิด “อารมณ์แบบนั้น”
จริง ๆ แล้วผมไม่ได้มีหลักที่ยึดถือชัดเจนอะไรเป็นพิเศษนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบเลยคือการร้องเพลงที่ตัวเองยังยอมรับไม่ได้ ผมจะร้องซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพอใจ ผมอยากถ่ายทอดตัวตนทั้งหมดของตัวเองลงไปในเพลงนั้นให้ได้มากที่สุดครับ

- อัลบั้มล่าสุด “Act. 0” ถือเป็นก้าวใหม่ในปีนี้ อยากให้เล่าถึงแนวคิดหรือธีมหลักของอัลบั้ม และสิ่งที่คุณอยากสื่อสารผ่านผลงานชุดนี้
Act. 0 เป็นอัลบั้มแรกของผมหลังจากเดบิวต์ครบหนึ่งปีครับ แต่สำหรับผม มันคือจุดเริ่มต้นจริง ๆ เลยตั้งชื่อด้วยเลข 0 เพื่อสื่อความหมายนั้น อัลบั้มนี้รวบรวมเพลงที่ผมร้องมาตลอดปี และมีเพลงใหม่เพิ่มเข้ามาอีกสองเพลง

หน้าปกใช้น้ำเงินเป็นสีหลัก ซึ่งให้ความรู้สึกสดใหม่ อ่อนเยาว์ และสะท้อนตัวผมในฐานะศิลปินมือใหม่ ส่วนเพลงสุดท้าย “Alstroemeria” มีคำว่า “ดอกไม้สีส้ม” ซึ่งเป็นสีคู่ตรงข้ามกับสีน้ำเงิน ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกสว่างสดใส เหมือนการเริ่มต้นจากสีน้ำเงิน แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มที่สว่างขึ้น อัลบั้มนี้จึงเป็นเหมือนบันทึกการพัฒนาของผมตลอดหนึ่งปีครับ


ดนตรีในแบบ Reini: เมื่อ “ความจริงใจ” สำคัญกว่าสูตรสำเร็จ


- เพลง “Spiral” ที่ใช้เป็น OST ซีรีส์ญี่ปุ่นได้รับการตอบรับที่ดีมาก การทำเพลงสำหรับงานภาพแตกต่างจากการทำเพลงปกติของคุณอย่างไร?
สำหรับผม…จริง ๆ ก็เหมือนกันนะครับ ปกติผมจะทุ่มทุกอย่างลงไปในตอนอัดเสียงอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีตัวละครหรือเรื่องราวของซีรีส์อยู่ในใจ แต่ผมจะคิดว่า “ถ้าเป็นผม ผมจะร้องเพลงนี้แบบไหน” แล้วก็ร้องออกมาในแบบที่เป็นตัวเองที่สุดครับ

- เพลงของคุณถูกนำไปใช้ทั้งเป็น Insert Song และ Ending ในซีรีส์ไทย Fourever You 2 — ตอนที่รู้ว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของงานไทย คุณรู้สึกอย่างไร?
พูดตามตรงว่าผมตกใจมากครับ เพราะไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน และก็ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้มา จู่ ๆ ก็มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยเข้ามา เลยรู้สึกประหลาดใจมาก

แต่พอได้มาจริง ๆ ก็รู้สึกสนุกมากครับ อาหารก็อร่อย และผมรู้สึกว่ามีโอกาสได้เดินทางมาต่างประเทศเร็วมาก ๆ ทั้งที่เพิ่งเดบิวต์ได้ไม่ถึงปี ตอนนี้มีแต่ความรู้สึกดีใจเต็มเปี่ยมเลยครับ

- การมาเมืองไทยครั้งนี้ มีอะไรที่ตั้งตารอเป็นพิเศษไหม?
จริง ๆ ผมยังแทบไม่ได้ลองอาหารไทยเลยครับ ทั้งที่มีเยอะมาก ตอนนี้ได้กินแค่ผัดไทย… กับทุเรียนเอง เลยอยากลองอาหารอย่างอื่นอีกหลายอย่าง แล้วก็รู้สึกว่าร้านสตรีทฟู้ดเยอะมาก น่าจะสนุกดีครับ

- นอกจากงานดนตรี คุณยังร่วมแสดงในซีรีส์ Glass Heart การเป็นทั้งศิลปินและนักแสดงช่วยเติมเต็มกันอย่างไร?
การเป็นนักแสดงทำให้ผมได้พบเจอผู้คนหลากหลายครับ อาจไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับการร้องเพลง แต่การได้พูดคุย แลกเปลี่ยนคำพูด และทำความรู้จักกับผู้คนเหล่านั้น หล่อหลอมตัวตนของผม และผมคิดว่ามันก็คงส่งอิทธิพลต่อดนตรีของผมอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ในแง่การแสดง แต่ในแง่ของการได้สัมผัสประสบการณ์ของผู้คนเหล่านั้นผ่านการพบเจอและพูดคุยครับ

Reini จากจุดเริ่มต้น “0” สู่เสียงเพลงที่เชื่อมโยงหัวใจข้ามพรมแดน

- สุดท้าย อยากฝากข้อความถึงผู้อ่านชาวไทย
ถึงแฟน ๆ ชาวไทยทุกคนครับ ครั้งนี้ผมมีโอกาสได้นำเพลง Soba ni Iru yo มาใช้ในละครไทยแล้ว หากในอนาคตได้มีโอกาสมาจัดไลฟ์หรืออีเวนต์ที่ประเทศไทยอีก ก็จะรู้สึกดีใจมากเลยครับ แล้วหวังว่าจะได้พบกันนะครับ

ติดตามความเคลื่อนไหวและเป็นกำลังใจให้ Reini ได้ทาง
Website / YouTube / Instagram / TikTok / x


อ่าน “Takanori Iwata กับการออกเดินทางครั้งใหม่ในจักรวาล SPACE COWBOY และการขึ้นแสดงครั้งแรกในประเทศไทยคลิก

views