luv วงดนตรีที่มีกรูฟร่วมสมัย จากซีนอินดี้คันไซสู่ BANGKOK MUSIC CITY 2026
วงอินดี้รุ่นใหม่จากคันไซอย่าง luv อาจเพิ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน 2023 แต่ชื่อของพวกเขากลับถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้ฟังสายดนตรีร่วมสมัย ทั้งจากพลังการแสดงสดและซาวด์ที่ผสมผสานนีโอโซล ฟังก์ แจ๊ส และฮิปฮอปเข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล
สมาชิกทั้ง 5 คน คือ Hiyn (ร้องนำและกีตาร์), Ofeen (DJ), Zum (เบส), Rosa (คีย์บอร์ด) และ Sho (กลอง) ได้ร่วมกันสร้างกรูฟซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่คว้าหัวใจของผู้ฟังไว้ได้ไม่ยาก และชื่อวงซึ่งเป็นสแลงของคำว่า “love” ก็สะท้อนจุดยืนแบบเดียวกัน เป็นความรู้สึกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความใกล้ชิดและความเป็นกันเองแบบคนรุ่นใหม่ เหมือนกับดนตรีของพวกเขาที่ฟังสบายแต่เฉียบคมในรายละเอียด

หลังจากเปิดตัวไม่นาน วงก็กลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตา พวกเขาเดินสายเทศกาลดนตรีอย่าง SWEET LOVE SHOWER และ KOYABU SONIC พร้อมสร้างฐานผู้ฟังในระดับนานาชาติ
เพลงจากมินิอัลบั้มแรก Already และ EP The Seeds โดยเฉพาะซิงเกิลอย่าง “Send To You” และ “meguri” ช่วยตอกย้ำทิศทางดนตรีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยับเข้าใกล้โครงสร้างป๊อป และการเปิดพื้นที่ให้สมาชิกในวงเข้ามามีบทบาทในการร่วมแต่งเพลงมากขึ้น
ล่าสุดพวกเขาได้ปล่อยดิจิทัลซิงเกิลแรกของปี 2026 อย่าง “Ohaguro” ซึ่งสะท้อนความงามเชิงบทกวีแบบญี่ปุ่นผ่านเนื้อร้องของ Hiyn และเป็นอีกหมุดหมายของวงที่ยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ในปีนี้ luv เดินทางมาขึ้นแสดงในงาน BANGKOK MUSIC CITY 2026 เทศกาลดนตรีที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปินจากหลากวัฒนธรรมได้พบกัน และถือเป็นโอกาสที่ DACO THAI ได้พูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับเส้นทางที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงทางดนตรี รวมถึงความรู้สึกต่อการแสดงในกรุงเทพฯ เราจึงขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักมุมมองและตัวตนของวงผ่านบทสนทนาครั้งนี้กัน!

วงดาวรุ่งที่เปลี่ยนกรูฟแจ๊ส–โซลให้ล่องลอยอยู่ระหว่าง love กับ like
- ก่อนอื่นเลย อยากให้อธิบายที่มาที่ไปของชื่อวงหน่อย
สำหรับชื่อวงนั้นแปลงมาจากคำว่า love ที่พวกเราอยากให้สั้นลงอีกหน่อย และเป็นคำที่ออกเสียงได้กลาง ๆ ระหว่างคำว่า “love” กับ “like” เลยกลายเป็นชื่อวงของเราอย่าง “luv” ในที่สุดครับ
- เพลงของวงมักให้อารมณ์ที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ปกติแล้ววงเริ่มต้นแต่งเพลงจากจุดไหนก่อน ระหว่าง “ความรู้สึก” หรือ “เรื่องราว”
เพลงของพวกเรามักจะเริ่มต้นจาก “ความรู้สึก” ก่อนครับ แต่จริง ๆ ขั้นตอนในการทำเพลงของวงก็จะมีหลากหลายรูปแบบ อย่างปกติพวกเราก็จะลองฟังเพลงของศิลปินวงอื่น ๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจด้วย ซึ่งสิ่งที่พวกเราสังเกตและมีความคิดเห็นเหมือนกันเกี่ยวกับเพลงญี่ปุ่นก็คือความสวยงามในการใช้ภาษา เพราะฉะนั้นก็จะมีเพลงที่พวกเราตั้งใจทำเพลงโดยเน้นเรื่องเนื้อเพลงที่มีความสวยงามในการใช้ภาษา หรืออีกรูปแบบก็คือประสบการณ์จากชีวิตประจำวันที่บางช่วงเวลาก็ทำให้เรารู้สึกอยากจะเก็บภาพบรรยากาศนั้นเอามาไว้ในเพลง ก็จะนำความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นมาสร้างสรรค์เป็นเพลงของวงต่อครับ
- ในมุมมองของพวกคุณ ดนตรีสามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างภาษาได้อย่างไรบ้าง
พวกเรามองว่าความรู้สึกที่ทุกคนได้รับหรือสัมผัสได้เวลาที่ฟังเพลงต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นซาวด์หรืออารมณ์บางอย่างในเพลงนั้น ๆ คือสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงคนฟังเข้ากับเพลงได้ครับ
- ผลงานเพลงล่าสุดของวง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของวงอย่างไรบ้าง
เพลงล่าสุดของวงถือเป็นเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของพวกเราในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีคนรู้จักพวเรามากขึ้น รวมทั้งมีผู้ฟังทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น เป็นช่วงเวลาที่วงค่อย ๆ เติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้นครับ
- ผลงานล่าสุด มีส่วนไหนของเพลงหรือซาวด์ที่รู้สึกว่า “นี่แหละคือพวกเราในตอนนี้” มากที่สุดไหม
สำหรับพวกเราแล้วไม่ได้มีพาร์ทไหนเป็นพิเศษครับ มองเป็นภาพรวมมากกว่า เพราะทั้งหมดคือสิ่งที่ถ่ายทอดความเป็น luv ซึ่งแต่ละพาร์ทก็จะมีการใส่รายละเอียดด้านดนตรีลงไปมากขึ้น รวมทั้งแต่ละพาร์ทก็จะพาเราย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาด้วยครับ

- การได้มาเล่นในงาน BANGKOK MUSIC CITY ซึ่งเป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มีความพิเศษอย่างไรสำหรับวง
เพราะพวกเราเองมีความตั้งใจอยากจะเป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่สร้างสีสันให้กับวงการดนตรีในเอเชียได้มากขึ้น เลยรู้สึกดีใจมาก ๆ กับการได้มาเล่นโชว์ครั้งแรกที่ประเทศไทยที่งานนี้ครับ
- เวทีในประเทศไทยให้อารมณ์หรือพลังที่ต่างจากเวทีในประเทศญี่ปุ่นไหม
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคงเป็นเรื่องความแตกต่างเรื่องเอเนอร์จี้ของคนดูครับ คนดูชาวไทยมีเอเนอร์จี้ที่ครึกครื้นและร้อนแรงมาก ๆ ครับ
- การได้มาเยือนกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ให้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ กับวงด้วยไหม
ตั้งแต่ที่วงเดินทางมาถึง เท้าเริ่มแตะพื้นที่ประเทศไทย ก็ได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ เต็มไปหมดเลยครับ ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นยังอยู่ในช่วงฤดูหนาวด้วย แต่พอมาถึงมาประเทศไทยที่อากาศค่อนข้างร้อนนั้น ก็ทำให้ได้แรงบันดาลใจในการทำเพลงสำหรับฤดูร้อนปีนี้ขึ้นมาทันทีเลยครับ
- สำหรับผู้ฟังชาวไทยที่อาจจะไม่เข้าใจเนื้อเพลงทั้งหมด พวกคุณอยากให้พวกเขาสัมผัสถึงด้านไหนเป็นพิเศษจากโชว์ของ luv
จริง ๆ พวกเราไม่ได้มองว่าเรื่องเนื้อเพลงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับโชว์เลย ดังนั้นเลยอยากให้ทุกคนสนุกไปกับซาวด์ดนตรีที่พวกเราทั้ง 5 คนเล่นกันก็พอแล้วครับ (ยิ้ม)
- สุดท้ายนี้ ฝากอะไรถึงแฟน ๆ ชาวไทยหน่อย
อาหารที่เมืองไทยอร่อยมากครับ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นพวกเราจะกลับมาที่เมืองไทยให้ได้อีกแน่นอน! และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พวกเราจะปล่อยผลงานซิงเกิลใหม่ชื่อเพลง “Ohaguro” ด้วย ยังไงก็ฝากลองฟังและติดตามผลงานเพลงของพวกเราด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ติดตามความเคลื่อนไหวและเป็นกำลังใจให้วงอินดี้จากคันไซวงนี้ได้ทาง
Website / YouTube / Instagram / TikTok / x
อ่าน “Billyrrom คลื่นเสียง Tokyo Transition Soul ที่กำลังเคลื่อนตัวสู่ผู้ฟังเอเชีย” คลิก
