CREATIVE SPARK 2026: THE FIRST TAKE เวทีสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติ

CREATIVE SPARK 2026: THE FIRST TAKE เวทีสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติ

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเวทีสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติในงาน CREATIVE SPARK 2026: THE FIRST TAKE – Bangkok University Edition: Redefining Entertainment Content Creation as a Global Experience จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยผู้สร้างคอนเทนต์ระดับโลกจากญี่ปุ่นร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และถอดรหัส “Creative Playbook ฉบับใหม่” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงเอเชียสู่เวทีโลก

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมบันเทิงโลกที่ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์พุ่งสูงและการแข่งขันในเศรษฐกิจความสนใจ (Attention Economy) ทวีความรุนแรง วิกฤตดังกล่าวกลับเปิดพื้นที่ของ “โอกาส” สำหรับอุตสาหกรรมบันเทิงเอเชียในการก้าวสู่บทบาทใหม่ จากการเป็นเพียงฐานการผลิตหรือผู้ตามเทรนด์ตะวันตก สู่การเป็น ผู้กำหนดภาษาครีเอทีฟและโมเดลการสร้างคอนเทนต์ระดับโลกด้วยตัวเอง

CREATIVE SPARK 2026: THE FIRST TAKE เวทีสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติ

เวที CREATIVE SPARK 2026: THE FIRST TAKE – Bangkok University Edition ที่จัดขึ้นโดย คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หากแต่ทำหน้าที่เป็นเวทีสนทนาครีเอทีฟข้ามพรมแดนระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทย ซึ่งสะท้อนบทบาทของคณะนิเทศศาสตร์ในฐานะ Creative Convenor และ Thought Leader ที่เชื่อมโยงผู้สร้างคอนเทนต์ระดับโลกเข้ากับระบบนิเวศการเรียนรู้ของเอเชีย

การถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกระหว่างสองอุตสาหกรรมบันเทิงหลักของเอเชียในครั้งนี้ ได้ตอกย้ำประเด็นสำคัญของโลกยุคดิจิทัลอย่างชัดเจนว่า ยิ่งเทคโนโลยีก้าวล้ำมากเท่าใด ความเรียบง่าย ความจริงใจ และความเป็นมนุษย์ จะยิ่งกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงมากขึ้นเท่านั้น และนี่คือจุดตั้งต้นของการร่วมออกแบบ Creative Playbook ฉบับใหม่ ที่เอเชียกำลังใช้สื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกด้วยเสียงและคุณค่าของตนเอง


“Less Is More” หัวใจของความเรียบง่ายเชิงโครงสร้าง


แนวคิด “Less Is More” คือหัวใจของความเรียบง่ายเชิงโครงสร้าง (Minimalist Production) ที่ทำให้ THE FIRST TAKE แพลตฟอร์มดนตรีระดับโลกจากญี่ปุ่น กลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยุคใหม่ ด้วยยอดรับชมสะสมกว่า 8 พันล้านวิวทั่วโลก

จากหลักคิดเดียวคือ One Take Only การแสดงเพียงครั้งเดียว ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีการแก้ไข การตัดสินใจปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นใน “เทคเดียว” เปิดพื้นที่ให้ศิลปินเผชิญหน้ากับผู้ชมในสภาวะที่เปราะบางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาด ความลังเล หรืออารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ร่วมที่ผู้ชมสามารถ “รับรู้และรู้สึกได้ทันที” โดยไม่ต้องอธิบาย

ด้วยเหตุนี้ One Take Only จึงไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบการผลิตคอนเทนต์ แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของการโหยหาความจริงและความเป็นมนุษย์ ในโลกดิจิทัลที่ภาพ เสียง และตัวตนสามารถถูกสร้างหรือปรับแต่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ในวัฒนธรรมร่วมสมัย เมื่อผู้ชมจำนวนมากทั่วโลกเริ่มเชื่อใจความไม่สมบูรณ์แบบมากกว่าสิ่งที่ถูกขัดเกลาอย่างไร้ที่ติ นี่คือเหตุผลที่ THE FIRST TAKE ไม่เพียงประสบความสำเร็จในเชิงยอดวิว แต่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนทางอารมณ์และมูลค่าแบรนด์ในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน


THE FIRST TAKE และ “ช่วงเวลาแห่งความจริง”


บนเวที Makoto Uchida โปรดิวเซอร์ของ THE FIRST TAKE ชี้ให้เห็นว่า เมื่ออุตสาหกรรมดนตรีเคลื่อนจากยุค “ดาวน์โหลด” สู่ “สตรีมมิ่ง” สิ่งที่ผู้คนแสวงหาไม่ใช่แค่เพลงที่ฟังเพราะ แต่คือ “วิดีโอและเรื่องราว” ที่ทำให้เพลงถูกจดจำและรู้สึกผูกพัน การสื่อสารการตลาดจึงเปลี่ยนจากการเร่งให้เพลงฮิตในช่วงสั้น ๆ ไปสู่ Long-tail Promotion ที่ค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่าน Sub-content อย่าง audio, lyric หรือ animation เพื่อขยายโลกของเพลงหลักให้ลึกและมีมิติมากขึ้น

ภายใต้บริบทนี้ THE FIRST TAKE จึงถูกออกแบบให้เป็นคอนเทนต์ดนตรีรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่รายการเพลงทีวี ไม่ใช่มิวสิกวิดีโอที่ตัดต่อจนสมบูรณ์แบบ และไม่ใช่ไลฟ์ที่เน้นโชว์เทคนิค หากเป็น “ช่วงเวลาแห่งความจริง” ที่ผู้ชมย้อนกลับมาสัมผัสได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โดยยืนอยู่บน 3 แก่นหลัก ได้แก่ UNPREDICTABLE เพราะดนตรีทรงพลังที่สุดเมื่อคาดเดาไม่ได้และทำซ้ำไม่ได้ REALITY เพราะความจริงของการแสดงสดที่อาจไม่สมบูรณ์แบบ มักส่งแรงสั่นสะเทือนมากกว่างานที่ถูกผลิตอย่างประณีตแต่ขาดความเป็นธรรมชาติ และ HUMANITY เพราะความเป็นมนุษย์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าในขณะนั้น คือสิ่งที่ไม่อาจปรุงแต่งให้เหมือนเดิมได้ทุกครั้ง

แนวคิดทั้งหมดถูกแปลงเป็นกฎการผลิตแบบ “ตั้งใจไม่ทำ” เช่น no retake, no direction, no filter, no promotion เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความไม่สมบูรณ์แบบทำงาน สร้างพลัง สร้างความเชื่อใจ และดึงผู้ชมให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าผ่านคอมเมนต์และชุมชนบน YouTube จน THE FIRST TAKE ถูกมองว่าเป็นสารคดีสั้นในเทคเดียวที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนของศิลปินอย่างใกล้ชิดที่สุด


Less is more, less but better.


ขณะที่ Kazuki Nagayama – Director of Photography และผู้ออกแบบการถ่ายทำแบบ One Take ถ่ายทอดว่า ภาษาภาพของ THE FIRST TAKE ถูกสร้างบนหลัก Less is more, less but better. ด้วยการตัดทุกสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้ความสำคัญกับ “ศิลปินและช่วงเวลาที่เกิดขึ้นตรงหน้า”

CREATIVE SPARK 2026: THE FIRST TAKE เวทีสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติ

วิดีโอจึงถูกออกแบบให้เหมือน “ภาพถ่ายที่มีเวลาไหลผ่าน” โดยถ่ายทำแบบ Musical portrait เชิงสารคดีในเทคเดียว ด้วยกล้องตำแหน่งคงที่ ลดการกำกับ ลดการเคลื่อนกล้อง และจัดฉากสตูดิโอสีขาวให้เกิดความว่างและความโดดเดี่ยวอย่างตั้งใจ เพื่อให้ตัวตนของศิลปินค่อย ๆ ปรากฏโดยไม่ถูกสิ่งรบกวนดึงสายตา

การเลือก Side-angle framing รวมถึงการออกแบบแสงเงา ถูกกำหนดล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อรักษาความหมายตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกัน งาน Post-production ถูกวางบทบาทให้เป็นเพียงการ “ถ่ายทอด” มากกว่าการ “ปรุงแต่ง” เพื่อเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ ของความเป็นมนุษย์ให้ครบถ้วน

แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นระบบคอนเทนต์ทั้ง Ecosystem ตั้งแต่การออกแบบ Thumbnail เสมือน “ปกนิตยสารยุคดิจิทัล” ไปจนถึงกลยุทธ์คัดเลือกศิลปินและการติดตามเสียงสะท้อนจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานที่สม่ำเสมอ และทำให้ความเรียบง่ายที่ซื่อตรงต่อช่วงเวลาจริงสามารถขยายผลสู่ผู้ชมทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน


“ความเรียบง่าย ความจริงใจ และความเป็นมนุษย์”


ในมุมของ ผศ.ดร. อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บทเรียนจากฟอร์แมต One Take Only ชี้ชัดว่า ยิ่งเทคโนโลยีก้าวล้ำ “ความเรียบง่าย ความจริงใจ และความเป็นมนุษย์” ยิ่งกลายเป็นคุณค่าหลักของคอนเทนต์ยุคใหม่ และการที่ BUCA ได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่กลางของบทสนทนาครีเอทีฟระดับนานาชาติ คือบทบาทเชิงรูปธรรมของสถาบันการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในฐานะ Creative Living Laboratory ที่เชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญ และคนรุ่นใหม่

เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง แลกเปลี่ยน และตกผลึกมาตรฐานใหม่ร่วมกัน โดยในปี 2026 นี้ BUCA จะขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมผ่าน BUCA Trend Radar 2026 ทั้งหมด 5 แกน ได้แก่ “Experience-first Storytelling การพัฒนาทักษะด้านการสร้างประสบการณ์สดและการเชื่อมโยงทางอารมณ์ Cultural IP Reboot การรีบูตมรดกวัฒนธรรมให้ร่วมสมัย

Stage & Stream Convergence การออกแบบคอนเทนต์สำหรับการผสมผสานข้ามเวทีจริงและแพลตฟอร์มดิจิทัล Human–AI Ethics in Communication การตอกย้ำคุณค่าความเป็นมนุษย์และการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ

และ Data-backed Creativity การขับเคลื่อนงานสร้างสรรค์ด้วยข้อมูลและ social listening” เพื่อสร้างครีเอเตอร์ที่ทำงานได้จริงในโลกสื่อร่วมสมัย ทั้งทรงพลังทางอารมณ์ รับผิดชอบ และขยายสู่มาตรฐานสากลได้อย่างเป็นระบบ

พร้อมกันนี้เวที CREATIVE SPARK 2026 ยังสะท้อนว่าเอเชียกำลังขยับจาก “ผู้ตาม” สู่ “ผู้ร่วมกำหนดมาตรฐาน” ของการเล่าเรื่องและการผลิตคอนเทนต์ จากญี่ปุ่นสู่ไทย และจากเอเชียสู่เวทีโลก ด้วย Creative Playbook ใหม่ที่ยึดโยงวัฒนธรรม ความจริงใจ ความเป็นมนุษย์ และความยั่งยืนของครีเอเตอร์ เพื่อสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกด้วยเสียงและตัวตนของเอเชียเองอย่างภาคภูมิ


อ่าน “ประสบการณ์ครั้งแรกสุดสนุกและเต็มอิ่มกับคอนเสิร์ต BE:FIRST World Tour 2025 “Who is BE:FIRST?” in Bangkokคลิก

views