Casa Tropika บ้านริมทะเลที่เสิร์ฟความทรอปิคอลผ่านอาหารและบรรยากาศ
หากสัปดาห์นี้งานแน่นจนรู้สึกอยากหนีเมืองสักครึ่งวัน แต่ไม่อยากเดินทางไกล บางแสนยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีเสมอ และหนึ่งในร้านที่เหมาะกับการมานั่งพักใจหลังตั้งใจทำงานมาตลอดสัปดาห์ก็คือ “Casa Tropika” ร้านอาหารและคาเฟ่ริมทะเลในโซนเขาสามมุก ที่ไม่ได้มีดีแค่วิว แต่ยังเต็มไปด้วยแนวคิดและรสชาติที่ชวนจดจำ

ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ.2024 โดยตั้งใจสร้าง “ร้านอาหารริมทะเลรูปแบบใหม่” ที่หาได้ยากในบางแสน เป็นร้านที่ผสมทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และบีชบาร์ไว้ในที่เดียว และเป็นหนึ่งในร้านที่แม้แต่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นยังแวะมาแล้วติดใจ
จากความหมายของชื่อ สู่คอนเซ็ปต์ของร้าน
คำว่า Casa แปลว่า “บ้าน” ในภาษาสเปน โปรตุเกส และอิตาลี ส่วน Tropika เป็นคำที่ดัดแปลงขึ้นจากคำว่า Tropical เมื่อรวมกันจึงสื่อถึง “บ้านพักตากอากาศในบรรยากาศเขตร้อน” ซึ่งไม่ใช่เพียงร้านอาหารริมทะเล แต่เป็นพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้หยุดพักจากความเร่งรีบของเมืองใหญ่ แล้วใช้เวลากับอาหาร เครื่องดื่ม และลมทะเลอย่างช้า ๆ
Modern Mid-Century กับสีสันแบบทรอปิคอล
ตัวร้านตกแต่งในสไตล์ Modern Mid-Century ใช้โทนสีส้มอิฐ ชมพูแซลมอน ที่ตัดกับสีฟ้าสดใสของท้องฟ้าและทะเล ทำให้บรรยากาศดูร่วมสมัย แต่ยังมีกลิ่นอายเรโทรเบา ๆ
พื้นที่แบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้งโซน Open-air รับลมทะเล โซน Indoor ห้องแอร์ และโซนดาดฟ้าที่มองเห็นวิวทะเลแบบเต็มสายตา

ในช่วงกลางวัน บรรยากาศภาพรวมจะให้ความรู้สึกแบบคาเฟ่สดใส พอตกเย็น บรรยากาศจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นร้านอาหารริมทะเลท่ามกลางแสงอุ่น ๆ โดยเฉพาะช่วง Golden Hour ที่ท้องฟ้าไล่เฉดสีและแสงสะท้อนกับผิวน้ำ ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมหลายคนเลือกมาที่นี่ในช่วงเย็น
จากคาเฟ่สู่ร้านอาหารยามเย็น
สำหรับส่วนคาเฟ่นั้นจะเปิดให้บริการจนถึงเวลา 18.00 น. มีทั้งกาแฟ เครื่องดื่ม non-coffee และเบเกอรี่โฮมเมดที่ทำสดใหม่ทุกวัน อย่างเมนูมัทฉะที่กำลังเป็นที่นิยมก็มีให้เลือกสั่งหลากหลาย และมีผงมัทฉะส่งตรงจากญี่ปุ่นให้เลือกสั่งได้หลายแบบตามความชอบ เช่น สายพันธุ์ Yabukita จากมิเอะ หรือ Samidori จากเมืองนิชิโอะ เป็นต้น

ส่วนเมนูขนม ทางร้านก็ให้ความสำคัญและจริงจังกับคุณภาพ มีขนมให้เลือกหลากหลายแบบ อย่างเมนูที่ได้รับความนิยมก็เช่น ทาร์ตเลมอน ที่รสชาติเปรี้ยว สดชื่น กำลังดี, ทีรามิสุ รสชาติเข้มข้นที่สายกาแฟจะต้องรัก หรือ พัฟครีมโอซาก้า ที่กินได้เพลิน ๆ รสคาราเมลเข้มข้น ก็เป็นเมนูเมนูที่เราแนะนำ

Osaka Cream Puff (ราคา 150 บาท/10 ชิ้น)
พอเข้าสู่ช่วงเย็น ร้านจะเปลี่ยนบทบาทเป็นร้านอาหารเต็มรูปแบบ มีดีเจทุกวันศุกร์–อาทิตย์ และมีเบียร์สดให้เลือกหลายตัว รวมถึงคราฟต์เบียร์ เหมาะกับการนั่งยาว ๆ ริมทะเลแบบไม่ต้องรีบกลับ
อาหารที่หยิบ “ความคิดถึง” มาปรุงใหม่
เมนูของทางร้านแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ ซีฟู้ด ไทยโบราณ และ ฟิวชั่น โดยแนวคิดของเมนูไทยโบราณที่ทางร้านเลือกเสิร์ฟนั้นคือการนำเมนูไทยที่ไม่ค่อยเห็นในชีวิตประจำวัน หรือรสชาติที่ชวนให้นึกถึงอาหารในความทรงจำมานำเสนอใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย

เมนูที่อยากให้ลอง แบบแนะนำว่าต้องลองให้ได้เลย คือ ‘แกงตูมี้’ (ราคา 299 บาท) แกงลูกผสมระหว่างแกงส้มกับแกงเผ็ด แต่ทำให้รสนุ่มและเบากว่า เปรี้ยว หวาน เค็ม สดชื่น ใช้ปลาอินทรีย์ กระเจี๊ยบ และตะลิงปลิงดอง เป็นจานที่กินแล้วรู้สึกแปลกใหม่ แต่ก็ยังคุ้นเคย อร่อยจนอยากจะกินให้เรียบเองทั้งหมด

‘แกงตูมี้’ (ราคา 299 บาท)
นอกจากนี้ ยังมีเมนูน่าสนใจอื่น ๆ อีก เช่น สแกลลอปคาร์ปาชิโอ (ราคา 690 บาท) เมนูเบา ๆ ที่เหมาะกับการเรียกน้ำย่อย สะเต๊ะปลาอินทรีย์ (ราคา 299 บาท) ปลาอินทรีย์เนื้อแน่น กลิ่นหอม ที่เสิร์ฟพร้อมอาจาด 2 แบบให้เลือกจิ้มกินเพลิน ๆ ทั้งอาจาดสับปะรดที่ให้ความสดชื่น และอาจาดปีนังที่มีความนัว ความหอมหวานจากถั่ว

กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ (ราคาตาน้ำหนัก) กุ้งตัวโต ๆ เนื้อแน่นสด ข้าวผัดปูคาซ่าทรอปิก้า (ราคา 359 บาท) ข้าวผัดรสชาติกำลังดีที่ท็อปด้วยเนื้อปูชิ้นโตพร้อมไข่ปลาแซลมอน และเนื้อบูร์กิญงตุ๋นไวน์แดง (ราคา 399 บาท) เมนูพิเศษที่ทางร้านนำเสนอในช่วงเทศกาล
เหตุผลที่คนญี่ปุ่นยังกลับมา Casa Tropika
Casa Tropika เป็นร้านที่มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นแวะมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่ผสมกันพอดี ทั้งอาหารไทยที่มีเรื่องราว บรรยากาศที่ไม่วุ่นวาย การจัดจานที่ดูสะอาดตา และเบียร์สดที่มีตัวเลือกมากกว่าร้านริมทะเลทั่วไป

ภาพของการนั่งจิบเบียร์ ฟังเพลงจากดีเจ มองคลื่นทะเลยามเย็น จึงอาจทำให้ร้านนี้ดูคล้ายร้านริมทะเลในเมืองตากอากาศของญี่ปุ่น เพียงแค่ย้ายโลเคชันมาอยู่ที่บางแสน เป็นร้านที่รวมคาเฟ่ ร้านอาหาร บีชบาร์ และวิวพระอาทิตย์ตกไว้ในที่เดียว จึงเหมาะกับช่วงเวลาพักผ่อนสั้น ๆ ในวันหยุดมาก ๆ
สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารวิวสวย บรรยากาศดี และอาหารที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา Casa Tropika จึงเป็นอีกหนึ่งร้านริมทะเลในบางแสน ที่เหมาะกับการใช้เวลาช่วงเย็นให้ช้าลง ก่อนกลับไปเริ่มสัปดาห์ใหม่อีกครั้ง

เวลาเปิด-ปิด: 10.00 – 00.00 น (โซนคาเฟ่ เปิดถึง 18.00 น)
ที่ตั้ง: บริเวณทางขึ้นเขาสามมุข (ฝั่งแหลมแท่น) ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี (มีที่จอดรถ)
โทรศัพท์: 080-268-0835
Facebook: คลิก
อ่าน “Nishio Matcha Moments เปิดประสบการณ์มัทฉะจากเมืองนิชิโอะ จังหวัดไอจิ แหล่งผลิตมัทฉะชั้นนำของญี่ปุ่น และเมืองรองน่าเที่ยวที่ไม่ควรมองข้าม” คลิก
