Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน

Before our spring “10 จุดน่าไปเยือนยามเมื่อดอกไม้บาน”

spring


正月や 村の小すみの 梅の花
(Shogatsu ya/ Mura no kosumi no/ Ume no hana)
เมื่อยามปีใหม่ ณ มุมหนึ่งของหมู่บ้าน ดอกบ๊วยเบ่งบาน
บทกวีโดย โคบายาชิ อิสสะ (Kobayashi Issa)


ก้าวเข้าสู่ปีพ.ศ.2564 อย่างเต็มตัวแล้ว ความเร่งรีบของโลกในปัจจุบัน ทำให้เวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เรากำลังจดจ่ออยู่กับบางสิ่งบางอย่างอยู่นั้น หลายสิ่งก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการหมุนของโลกด้วยเช่นกัน ตอนนี้เดือนมกราคม เผลอแป๊บเดียวก็คงเข้าสู่เดือนมีนาคม จากฤดูหนาวเปลี่ยนผันเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ จากหิมะขาวโพลนเปลี่ยนแปลงเป็นใบไม้สีเขียวที่ค่อยๆ ผลิใบ ดอกไม้หลากสีสันที่ค่อยๆ เบ่งบาน

เมื่อยามที่ดอกไม้เบ่งบานและฤดูแห่งการชมดอกไม้มาถึง ก่อนจะถึงช่วงเวลานั้น ดาโกะจึงขอแนะนำ 10 สถานที่ในญี่ปุ่นที่น่าไปนอนทิ้งตัวชมดอกไม้และปล่อยให้กระแสเวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่กำลังพริ้วไหวโต้สายลม

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน

©JNTO


ดอกไม้เปรียบเสมือนกระจกที่คอยสะท้อนให้เห็นถึงกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน


สำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้วฤดูกาลถือเป็นอีกหนึ่งธีมหลักในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ดอกไม้ก็เปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน กิจกรรมการชมดอกไม้จึงถือเป็นอีกกิจกรรมยอดนิยมของคนญี่ปุ่น ที่เห็นได้ชัดเจนคงจะเป็นเทศกาลชมดอกซากุระ แต่นอกเหนือจากดอกซากุระแล้ว ก็ยังมีดอกไม้อีกหลากหลายชนิดที่คนญี่ปุ่นนิยมไปเที่ยวชมด้วยเช่นกัน

ด้านล่างนี้คือช่วงเวลาการบานโดยประมาณของดอกไม้ยอดนิยมบางชนิดในประเทศญี่ปุ่น เช่น ดอกบ๊วย ดอกซากุระ ดอกวิสทีเรีย ดอกไฮเดรนเยีย เป็นต้น

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน

*หมายเหตุ* ช่วงเวลาการผลิบานอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคที่มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศแตกต่างกัน ดาโกะขอแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละสถานที่โดยเฉพาะก่อนเดินทางไปเยี่ยมชม


นั่งรถไฟโทะรกโกะชมวิวทิวทัศน์ท่ามกลางทุ่งดอกนาโนะฮานะ


ดอกไม้ : ดอกนาโนะฮานะ ( 菜の花 , Nanohana)
ความหมาย : แข็งแรง, การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด
จังหวัด : ชิบะ (Chiba)
ช่วงที่เหมาะแก่การเที่ยวชม : กลางเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน

นาโนะฮานะถือเป็นผักชนิดหนึ่งที่ดีต่อสุขภาพ มีอีกชื่อเรียกคือนาบานะ (菜花, Nabana) เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิจะออกดอกสีเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง พบได้ในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น แต่เราขอแนะนำ “ทุ่งดอกนาโนะฮะนะแห่งอิชิกะมิ” (Ishigami Nanohana Field) ทุ่งกว้างที่อยู่ระหว่างสถานีโยโระ-เคโคคุ (Yoro-Keikoku Station) และสถานีคาซุสะ โอคุโบะ (Kazusa Okuba Station) ของการรถไฟโคมินาโตะ (Kominato Railway) โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีจากสถานีโยโระ-เคโคคุ

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน ชิบะ

©︎mandegan

ที่บริเวณสถานีสามารถเก็บภาพสวยๆ ของรถไฟโทะรกโกะ (Torokko Train) สีสันสดใสที่กำลังแล่นผ่านท่ามกลางทุ่งดอกนาโนะฮานะได้ หรือหากใครสนใจอยากจะลองนั่งรถไฟโทะรกโกะชมวิวทุ่งดอกนาโนะฮานะดูบ้างก็สามารถทำได้เช่นกัน ขบวนรถไฟโทะรกโกะเป็นขบวนรถไฟแบบเปิดโล่งไร้หน้าต่างซึ่งจะวิ่งจากสถานีคาซุสะ อุชิคุไปยังสถานีโยโระ-เคโคคุท่ามกลางทุ่งดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสดใส รถไฟขบวนนี้จะให้บริการเฉพาะวันที่กำหนดเท่านั้นจึงควรทำการจองล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์ โดยสามาระชำระค่าโดยสารได้ในวันเดินทางจริง สถานีที่จอดให้บริการมีทั้งหมด 4 สถานี คือ สถานีคาซุสะ อุชิคุ (Kazusa Ushiku Station) สถานีซาโตมิ (Satomi Station) สถานีทสึกิซากิ (Tsukizaki Station) และสถานีโยโระ-เคโคคุ (Yoro-Keikoku Station) (ไม่สามารถขึ้น-ลงที่สถานีอื่นได้)

โทรศัพท์ : (+81) 0436-23-5584
ช่วงเวลารับจอง : 10.00 – 16.00 น.
จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันก่อนวันเดินทาง
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.kominato.co.jp/satoyamatorocco

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน ชิบะ

© 2015- 2020 小湊鐵道株式会社 (Photo by Masashi Oshikata)

*หมายเหตุ* ทุ่งดอกนาโนะฮานะหลายที่ไม่ใช่ดอกไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นดอกนาโนะฮานะที่ผู้คนในท้องถิ่นหว่านเมล็ดพันธุ์ปลูกไว้ ดังนั้นจึงควรระวังและรักษามารยาทในการชมดอกไม้โดยไม่เหยียบย่ำเข้าไปในทุ่ง


เดินชมซากุระที่บานสะพรั่งทอดยาวกว่า 8 กิโลเมตรตลอดริมฝั่งแม่น้ำชิโระอิชิ


ดอกไม้ : ซากุระ (桜, Sakura)
ความหมาย : ความสำเร็จ, ความงดงามของหัวใจ
จังหวัด : มิยางิ (Miyagi)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : ต้นเดือนเมษายน – กลางเดือนเมษายน

สำหรับช่วงฤดูแห่งการชมดอกไม้ หากไม่เอ่ยถึงดอกซากุระเลยก็คงแปลกน่าดู ซากุระนั้นบานเพียงช่วงสั้นๆ ในบทกวีและงานศิลปะของญี่ปุ่นจึงใช้ดอกซากุระแสดงถึงความไม่ยั่งยืน และในประเทศญี่ปุ่นมีซากุระมากกว่า 600 สายพันธุ์เลยทีเดียว

บริเวณริมฝั่งแม่น้ำชิโระอิชิ (Shiroishi River) ซึ่งไหลผ่านเมืองโอกาวาระ (Ogawara Town) จังหวัดมิยางิ มีทิวแถวต้นซากุระเรียงรายต่อเนื่องเป็นระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร ทุกปีช่วงต้นเดือนจนถึงกลางเดือนเมษายน ต้นซากุระร่วม 1,200 ต้นที่ปลูกอยู่ริมแม่น้ำก็จะพากันผลิดอกบานสะพรั่งพร้อมๆ กันอย่างสวยงาม อีกทั้งเบื้องหลังยังมีเทือกเขาซาโอะ (Zao Mountain Range) เป็นฉากหลังของแม่น้ำด้วย ดอกซากุระสีชมพูตัดกับภูเขาหิมะยอดสีขาวเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจมากๆ

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน มิยางิ

©JNTO

ช่วงที่ดอกซากุระบานนี้เองจะมีการจัด “เทศกาลชมดอกซากุระที่โอกาวาระ” (Ogawara Sakura Festival) เป็นประจำทุกปี โดยจุดเด่นของงานนี้คือโอฮานามิ เบนโตะ (Ohanami Bento) และการล่องเรือยาคาตะบุเนะ (Yakatabune) นอกจากนั้น ยังมีการประดับไฟยามค่ำคืนระหว่างเวลา 18.00 – 22.00 น. อีกด้วย

การเดินทาง : จากสถานี Fukushima โดยสารรถไฟ JR Tohoku Main Line ไปลงที่สถานี Ogawara ใช้เวลาประมาณ 50 นาที จากสถานีเดินต่อไปยังจุดชมซากุระ Shiroishigawazutsumi ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติมwww.oogawara.or.jp

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน มิยางิ

©JNTO

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน มิยางิ

©JNTO


ชมดาวใต้ต้นซากุระขนาดใหญ่อายุถึง 1,000 ปี


ดอกไม้ : ซากุระ (桜, Sakura)
ความหมาย : ความสำเร็จ, ความงดงามของหัวใจ
จังหวัด : โอคายาม่า (Okayama)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : ต้นเดือนเมษายน – กลางเดือนเมษายน

จังหวัดโอคายาม่า มีจุดชมซากุระยอดนิยม 2 แห่งในเมืองมานิวะ และจุดที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงเพราะได้รับการขนานนามว่าเป็น “100 ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น” ก็คือที่หมู่บ้านโอจิไอ (Ochiai) ซึ่งมีไดโกะซากุระ (醍醐桜, Daigozakura) ต้นซากุระขนาดใหญ่ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 1,000 ปียืนต้นโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ของชนบทที่เงียบสงบ ในวันที่ฟ้าเปิดจะสามารถเห็นหมู่ทางช้างเผือกพร้อมกันกับต้นซากุระได้ อีกทั้งยังมีการประดับในตอนกลางคืนซึ่งจะเปิดไว้ถึงเวลา 21.00 น.

การเดินทาง : นั่งรถแท็กซี่จากสถานี JR Mimasaki-Ochiai โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน โอคายาม่า

©Okayama Prefectural Tourism Federation

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน โอคายาม่า

©Okayama Prefectural Tourism Federation

นอกจากที่หมู่บ้านโอจิไอแล้ว ยังมีอีกจุดชมซากุระที่หมู่บ้านชินโจ (Shinjo Village) บริเวณถนนไกเซ็นซากุระ (Gaisenzakura) ซึ่งมีซากุระจำนวน 132 ต้นปลูกไว้สองฝั่งทางหลวงชุคุบะ ไคโด (Shukuba Kaido Highway) และจะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกซากุระเป็นประจำในช่วงกลางเดือนเมษายนของทุกปีด้วย

การเดินทาง : จากสถานี Okayama โดยสารรถไฟสาย Kotobuki ไปลงที่ Tsuyama จากนั้นโดยสารรถไฟสาย JR Kishin ไปลงที่สถานี Chugokukatsuyama ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที แล้วนั่งแท็กซี่ไปชมซากุระทั้ง 2 จุดได้
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.okayama-japan.jp/th


ชมซากุระพร้อมพระอาทิตย์ตกบนยอดเขาเซคิเซ็น


ดอกไม้ : ซากุระ (桜, Sakura)
ความหมาย : ความสำเร็จ, ความงดงามของหัวใจ
จังหวัด : เอฮิเมะ (Ehime)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : ต้นเดือนเมษายน

จังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) ตั้งอยู่ในภูมิภาคชิโกะคุ (Shikoku) 1 ใน 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณรอบเกาะโอบล้อมด้วยทะเลเซโตะและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเอฮิเมะคือที่ภูเขาเซคิเซ็น (Mt. Sekizen) เป็นภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเกาะอิวากิ-จิมะ (Iwagi-jima Town) และเมื่อถึงเดือนเมษายน

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน เอฮิเมะ

©Ehime Prefecture

ภูเขาลูกนี้จะถูกปกคลุมด้วยซากุระจำนวนนับไม่ถ้วนเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เรียกว่า “ซังเซ็นบงซากุระ” (Sanzenbonzakura) แปลว่า “ซากุระ 3,000 ต้น” หรืออีกคำคือ “เทนเนียว โนะ ฮาโกะโรโมะ” (Tennyo no Hagoromo) แปลว่า “ผ้าคลุมนางฟ้า” เป็นจุดชมซากุระที่งดงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จากจุดชมวิวคุณจะได้เห็นภาพทิวทัศน์อันงดงามของท้องทะเลสีฟ้าและหมู่เกาะน้อยใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนเป็นฉากหลังของผืนซากุระสีชมพู ยิ่งได้ชมซากุระในขณะพระอาทิตย์กำลังจะตกดินนั้นก็จะได้เห็นทะเลเซะโตะที่ถูกย้อมเป็นสีแดงส้มระเรื่อตัดกันกับผืนซากุระสีชมพูด้วย หรือใครที่ชอบชมวิวยามเช้าก็สามารถเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ยามเช้าก็ได้เช่นกัน

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน เอฮิเมะ

©Ehime Prefecture

อีกทั้งช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกซากุระของอิวากิ (Iwagi Sakura Festival) ซึ่งมีการประดับไฟยามค่ำคืนและจัดกิจกรรมมากมาย เช่น การแสดงตีกลอง การร้องเพลงประสานเสียง เป็นต้น นอกจากซากุระแล้วยังสามารถเพลิดเพลินไปกับดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิชนิดอื่นๆ อย่างดอกยามะทสึทสึจิ (Yamatsutsuji) และดอกมิโมซ่า (Mimoza) ที่ผลิบานในช่วงนี้ได้ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม :
www.visitehimejapan.com
www.town.kamijima.lg.jp/site/kanko


เทศกาลชมดอกลิลลี่ (Lily Festival) กับดอกลิลลี่สีขาวที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา


ดอกไม้ : ดอกลิลลี่ (ユリ, Yuri หรือ Lily)
ความหมาย : ความบริสุทธิ์และความอุดมสมบูรณ์
(ดอกลิลลี่แต่ละสี มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป แต่ความหมายโดยรวมคือความบริสุทธิ์และความอุดมสมบูรณ์)
จังหวัด : โอกินาวะ (Okinawa)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : ปลายเดือนเมษายน

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน โอกินาวะ

©Copyright 2020 Okinawa Convention & Visitors Bureau

โอกินาวะช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยดอกไม้สวยๆ นานาชนิด หากใครที่ชื่นชอบดอกลิลลี่ ต้องที่เกาะอิเอจิมะเลย! ในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกปีที่เกาะอิเอจิมะ (Iejima Island) จะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกลิลลี่ (Iejima Lily Festival ) ภายในงานเต็มไปด้วยดอกทรัมเป็ตลิลลี่ (Trumpet Lily) กว่า 1,000,000 ดอก และดอกลิลลี่สายพันธุ์อื่นๆ อีกกว่า 100 สายพันธุ์

ภายในงานเทศกาลชมดอกลิลลี่จะมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย รวมถึงการแสดงการร่ายรำดั้งเดิมของหมู่บ้านและการแสดงสดดนตรีพื้นบ้าน และที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือการขี่ม้าชมความงามของทุ่งดอกลิลลี่

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน โอกินาวะ

©Copyright 2020 Okinawa Convention & Visitors Bureau

การเดินทาง : จากหน้าอาคารผู้โดยสารภายในประเทศสนามบิน Naha Airport โดยสารรถ Highway Bus ไปลงที่ท่าเรือ Motobu Port ใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นโดยสารเรือเฟอร์รี่ไปลงที่ท่าเรือ Ie Port ใช้เวลา 30 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม :
www.visitokinawa.jp
www.iejima.org/bunya/kanko


เส้นทางดอกท้อ ณ สวนฮานะโมโมะ โนะ ซาโตะ


ดอกไม้ : ดอกฮานะโมโมะ (花桃, Hanamomo)
ความหมาย : ทาสรัก หลงใหลในความรัก
จังหวัด : นากาโนะ (Nagano)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : ปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน นากาโนะ

© 昼神温泉観光局

ดอกฮานะโมโมะ (Hanamomo) เป็นดอกของต้นท้อหรือพีชสายพันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อความงาม ขนาดของดอกฮานะโมโมะจะใหญ่กว่าซากุระและมีระยะเวลาในการชมได้นานถึง 2 สัปดาห์ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนเมษายน ดอกฮานะโมโมะกว่า 10,000 ต้นที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณจะเริ่มผลิบาน มีทั้งสีแดง ขาว ชมพูอ่อนและชมพูเข้มกระจายอยู่ทั่วบริเวณสวยงามราวกับงานศิลปะ ณ หมู่บ้านอะชิ (Achi Village) ตั้งอยู่แถบมินามิ ชินชู (Minami Shinshu) จังหวัดนากาโนะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สวนฮานะโมโมะ โนะ ซาโตะ (Hanamomo No Sato) บริเวณหมู่บ้านทสึคิคาวะ ออนเซ็น (Tsukikawa Onsen Village) ดอกท้อจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม โดยมีเส้นทางเรียบริมแม่น้ำอะชิ (Achi River) ที่สามารถเดินชมดอกฮะนะโมะโมะที่เรียงรายสลับเฉดสีขาว ชมพู และชมพูเข้มตลอดสองข้างทางกว่า 5,000 ต้น ความยาวกว่า 4 กิโลเมตรได้

การเดินทาง : จากสถานี Meitetsu Bus Center Nagoya โดยสารรถบัสไปลงที่ป้าย Iida Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น โดยสารรถบัสต่อไปลงที่ป้าย Hirugami Onsen-kyo ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นโดยสารรถบัสเที่ยวพิเศษจาก Hirugami Onsen ไปลงที่ป้าย Hanamomo Sato ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
ค่าบริการรถบัสเที่ยวพิเศษ : ราคา 1,000 เยน (ไป – กลับ) สามารถจองที่นั่งได้ที่เรียวกังภายในฮิรุกามิ ออนเซ็น (Hirugami Onsen) หรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ www.secure-site.in/ASP/hirugami

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://hirugamionsen.jp/activity/hanamomo


Ashikaga Flower Park สวนดอกวิสทีเรียที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น


ดอกไม้ : ดอกวิสทีเรีย (ウィステリア, Wisteria)
ความหมาย : ความเมตตา ยินดีต้อนรับ ไม่เคยจากไป เมารัก
จังหวัด : โทชิกิ (Tochigi)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน โทชิกิ

รูปภาพ : Ashikaga Flower Park

ดอกวิสทีเรียหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่าดอกฟูจิ (藤, Fuji) เป็นดอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบมาแต่ครั้งโบราณ มีลักษณะเป็นช่อที่มีดอกขนาดเล็กจำนวนมากรวมเป็นพวงระย้าคล้ายผลองุ่น จะบานสะพรั่งเต็มที่หลังสิ้นสุดฤดูกาลของดอกซากุระในช่วงกลางเดือนเมษายนไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม (บางสถานที่จะบานช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม)

สำหรับสวนดอกวิสทีเรียที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นคือสวนดอกไม้อาชิคากะ (Ashikaga Flower Park) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองอาชิคากะ จังหวัดโทชิกิ สวนแห่งนี้เต็มไปด้วยดอกวิสทีเรียมากมายกว่า 350 ต้น ทั้งต้นที่มีดอกสีขาวสูงกว่า 80 เมตร และต้นวิสทีเรียที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่ซึ่งมีอายุกว่า 150 ปี ความสวยงามของดอกวิสทีเรียจึงช่วยสร้างความงดงามราวกับอยู่ในฝันให้กับสวนแห่งนี้

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน โทชิกิ

รูปภาพ : Ashikaga Flower Park

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน โทชิกิ

รูปภาพ : Ashikaga Flower Park

อุโมงค์ดอกวิสทีเรียของที่นี่จะประดับประดาไปด้วยดอกวิสทีเรียหลากสีสัน ทั้งสีชมพู ม่วง ขาว และเหลือง นอกจากนี้ในตอนกลางคืนยังมีการจัดไฟประดับให้บรรยากาศงดงามและแตกต่างไปจากช่วงกลางวัน

การเดินทาง : จากสถานี Koyama ขึ้นรถไฟ JR Ryomo Line ไปลงที่สถานี Tomita ใช้เวลาประมาณ 35 นาที และเดินต่อจากสถานีใช้เวลาประมาณ 12 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.ashikaga.co.jp/thailand/index.html


พิงค์มอสที่พร้อมใจกันผลิบานเต็มพื้นที่ลาดเอียงบนเนินเขาสูง


ดอกไม้ : ดอกชิบะซากุระ (芝桜, Shibazakura) หรือพิงค์มอส (Pink Moss)
ความหมาย : ทาสรัก หลงใหลในความรัก
จังหวัด : ฮอกไกโด (Hokkaido)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : เดือนพฤษภาคม

ทางแถบตะวันออกของฮอกไกโด ในฤดูหนาวจะมีธารน้ำแข็งไหลมาจากฝั่งรัสเซียทำให้มีอากาศหนาวจัด และเมื่อถึงเดือนเมษายนหิมะก็จะละลายและทำให้อากาศอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงช่วงเดือนพฤษภาคมก็จะเป็นการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิที่มาพร้อมกับดอกไม้นานาชนิดที่เริ่มผลิบานให้เราได้ชมทัศนียภาพอันงดงามน่าประทับใจ

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน ฮอกไกโด

รูปภาพ : Higashimokoto Shibazakura Park

ที่สวนดอกชิบะซากุระ “ฮิกาชิโมะโคโตะ” (Higashimokoto Shibazakura Park) เมืองอาบาชิริ (Abashiri City) ก็จะเต็มไปด้วยดอกพิงค์มอส (Pink Moss) หรือชื่อญี่ปุ่นว่าดอกชิบะซากุระ (Shibazakura) ที่จะพร้อมใจกันผลิบานเต็มพื้นที่ลาดเอียงบนเนินเขาสูงเต็มพื้นที่กว้างกว่า 100,000 ตารางเมตร

ดอกชิบะซากุระนั้นมีสีชมพูคล้ายกับดอกซากุระ แต่จริงๆ แล้วเป็นดอกไม้คนละตระกูลกัน ดอกชิบะซากุระเป็นดอกไม้ที่บานกระจายปกคลุมบนพื้นดิน เมื่อดอกผลิบานเต็มที่ก็จะดูคล้ายกับพรมผืนใหญ่สีชมพูสดปูลาดเต็มพื้นที่กว้างใหญ่ภายในสวน

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน ฮอกไกโด

รูปภาพ : Higashimokoto Shibazakura Park

และตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ (Shibazakura Festival) เป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งทุกวันอาทิตย์จะมีการแสดง งานออกร้านขายของ และ งานให้ชิมพร้อมจำหน่ายอาหารแสนอร่อยของท้อง และยังมีซอฟต์ครีมชิบะซากุระสีชมพูหวานใสที่เหมือนกลีบดอกชิบะซากุระให้ได้ลิ้มรสชาติอีกด้วย

เวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็กชั้นประถม 250 เยน
การเดินทาง : จากสถานี Sapporo โดยสารรถไฟ JR Limited Express ใช้เวลา 5 ชั่วโมง 30 นาที ไปลงที่สถานี Abashiri จากนั้นโดยสารรถ Abashiri Bus ลงที่ป้าย Higashimokoto ใช้เวลา 40 นาที จากนั้นนั่งแท็กซี่ไปอีกประมาณ 5 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.shibazakura.net


Hana Festa Kinen Koen สวนกุหลาบขนาดใหญ่มากมายสายพันธุ์


ดอกไม้ : ดอกกุหลาบ (ローズ, Rose)
ความหมาย : ดอกกุหลาบแต่ละสี มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป เช่น สีแดง หมายถึง ความรัก ความงาม, สีเหลือง หมายถึง ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน และสีชมพู หมายถึง ความสง่างาม ความสุข เป็นต้น
จังหวัด : กิฟุ (Gifu)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : กลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนมิถุนายน และ กลางเดือนตุลาคม – กลางเดือนพฤศจิกายน

ดอกไม้แห่งความโรแมนติกและมีกลิ่นหอมจางๆ ที่ใครก็ชื่นชอบ สวนสาธารณะฮานะ เฟสต้า คิเน็น (Hana Festa Kinen Koen) ถือเป็นสวนสาธารณะที่สามารถตอบโจทย์คนรักดอกกุหลาบได้เป็นอย่างดี สวนแห่งนี้เป็นสวนขนาดใหญ่ของจังหวัดกิฟุ โดดเด่นด้วยสวนกุหลาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีกุหลาบกว่า 30,000 ต้น 7,000 สายพันธุ์ และพื้นที่ภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ The World Rose Garden ซึ่งรวบรวมเอากุหลาบสายพันธุ์ต่างๆ จากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลกมาเพาะพันธุ์ไว้ และ The Rose Theme Garden ที่กระจายพื้นที่จัดแสดงดอกกุหลาบในธีมที่แตกต่างกันถึง 17 สวนด้วยกัน

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน กิฟุ

รูปภาพ : Higashimokoto Shibazakura Park

นอกจากดอกกุหลาบแล้วภายในสวนสาธารณะฮานะ เฟสต้า คิเน็นยังสามารถชมดอกไม้ชนิดอื่นๆ ได้ตามฤดูกาล ซึ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ญี่ปุ่นก็จะมีดอกไม้นานาพันธุ์ผลัดกันบานสะพรั่งงดงามไปทั่วทั้งสวน เช่น ดอกบ๊วย ดอกซากุระ ดอกเนโมฟีลา ดอกนาร์ซิสซัส และดอกไวเบอร์นัม เป็นต้น

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 530 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าชมฟรี
*ค่าเข้าชมช่วงเทศกาลดอกกุหลาบ สำหรับผู้ใหญ่ 1,050 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าชมฟรี
การเดินทาง : จากสถานี Nagoya โดยสารรถไฟ JR Chuo Line ไปลงที่สถานี Tajimi ใช้เวลา 42 นาที แล้วโดยสารรถไฟ JR Taita Line ไปลงสถานี Kani ใช้เวลา 22 นาที และจากสถานีโดยสารรถบัสต่อ 20 นาที หรือแท็กซี่ 10 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.hanafes.jp/hanafes

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน กิฟุ

รูปภาพ : Higashimokoto Shibazakura Park


จากพื้นที่รกร้างว่างเปล่ากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงฤดูใบไม้ผลิ


ดอกไม้ : ดอกมาร์กาเร็ต (マーガレット, Margaret)
ความหมาย : รักแท้ ความเชื่อใจ
จังหวัด : คากาวะ (Kagawa)
ช่วงที่เหมาะแก่การชม : กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน คากาวะ

© 2018 三豊市観光交流局

จังหวัดคากาวะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกะคุ (Shikoku) นอกจากได้รับขนานนามว่าเป็นจังหวัดแห่งอุด้ง เนื่องจากมีร้านอุด้งกระจายอยู่ในจังหวัดกว่า 600 แห่ง ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ จังหวัดคากาวะจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของดอกซากุระ ดอกทิวลิป ดอกมาร์กาเร็ต และดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งจะเริ่มออกดอกประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม

ทุ่งดอกไม้อุราชิมะ (Flower Park Urashima) ตั้งอยู่ในเมืองมิโตโยะ (Mitoyo) จังหวัดคากาวะ เดิมทีเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีต้นไม้ พื้นที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ แต่ต่อมาภาครัฐและชาวบ้านได้ร่วมมือร่วมใจกันปลูกดอกไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามยิ่งขึ้นจนทำให้ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยมีดอกไม้ตามฤดูกาลหลากหลายสายพันธุ์หมุนเวียนให้ชมตลอดปี

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน คากาวะ

© 2018 三豊市観光交流局

อาทิ ดอกดาวเรืองบานช่วงเดือนเมษายน ดอกป๊อปปี้บานช่วงเดือนพฤษภาคม และที่เป็นไฮไลท์คือช่วงกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่จะเต็มไปด้วยดอกมาร์กาเร็ต ซึ่งที่มาของชื่อมาจากภาษากรีกคำว่า Margarites ที่แปลว่า “ไข่มุก” ในนัยหนึ่งก็คือดอกมาร์กาเร็ตช่วยผ่อนคลายความเครียดและลดอาการประหม่า จึงเปรียบเสมือนไข่มุกเม็ดงามที่จะช่วยเยียวยารักษาจิตใจได้นั่นเอง

ที่ทุ่งดอกไม้อุราชิมะจะมีทั้งดอกมาร์กาเร็ตสีขาวบานเต็มทุ่งและแซมด้วยดอกมาร์กาเร็ตสีชมพู สีขาวแซมชมพูตัดกับทะเลและท้องฟ้าสีครามสดใส เป็นภาพที่สวยงามจนรู้สึกเหมือนเป็นอลิสในดินแดนมหัศจรรย์เลยล่ะ

Before our spring 10 จุดน่าไปยามเมื่อดอกไม้บาน คากาวะ

© 2018 三豊市観光交流局

และช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่สวนจะมีการจัดเทศกาลพิเศษเพียงหนึ่งวันคือ เทศกาลเก็บดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิ โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บดอกไม้ได้ 1 กำมือ ในช่วงเวลาที่กำหนด คือตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.00 น. มีค่าธรรมเนียม 300 เยน/คน ผู้สนใจจะต้องเตรียมกรรไกรกและถุงใส่มาเอง สำหรับใครที่อยากมีประสบการณ์เก็บดอกไม้ที่สวนอุราชิมะก็เช็ควันที่กันให้ดี แล้วเตรียมอุปกรณ์มาเก็บดอกไม้กันได้เลย!

การเดินทาง : จากสถานี Okayama โดยสารรถไฟ LTD. EXP Shiokaze ไปลงสถานี Takuma ใช้เวลา 60 นาที จากนั้นโดยสารรถแท็กซี่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือจากสถานี Takuma โดยสารรถบัส Takamumino Line ไปลงที่ป้ายรถบัส Ohama จากนั้นต่อรถบัสสาย Shonai Line ไปลงที่ป้ายรถบัส Tsumu
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.mitoyo-kanko.com


อ้างอิง
www.jnto.or.th
https://hananokotoba.com

views