ตามรอย 10 โลเกชั่นรักในเกียวโต
27 February 2017


1.
鞍馬寺
KURAMA TEMPLE
วัดคุรามะ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกียวโต ตั้งอยู่บนยอดเขาคุรามะ สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 สมัยนาระนู่น แถมยังเป็นศาสนสถานอันเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกแห่งชาติของญี่ปุ่น (National Treasures of Japan) ด้วย วัดคุรามะเป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งนับตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดสำคัญช่วยปกป้องราชวงศ์ญี่ปุ่น และวัดแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นวัดที่ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาเรื่อยมา


2.
宝ヶ池公園
TAKARAGAIKE KŌEN
สวนสาธารณะทาคารางะอิเคะ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ข้างสถานีรถไฟทาคารางะอิเคะ ในสมัยเอโดะเคยเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับการชลประทาน มีชื่อว่า ทาคารางะอิเคะ หลังจากนั้นจึงมีการต่อเติมเสริมขยายพื้นที่และสิ่งก่อสร้างสำคัญต่างๆ ขึ้น เช่น ศูนย์ประชุมนานาชาติเกียวโต, สวนเด็กเล่น, สวนชมดอกไม้สายพันธุ์ต่างๆ เป็นต้น จนกลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในปัจจุบัน โดยในนิยายเป็นสถานที่สุดท้ายที่ทาคาโทชิกับเอมิอยู่ด้วยกัน และมีประตูเชื่อมระหว่างโลกสองใบ


3.
三条通・三条大橋  
SANJŌ ODORI・SANJŌ ŌHASHI
ย่านซันโจ ย่านช็อป กิน เที่ยวเก่าแก่อีกแห่งของเมืองเกียวโต สถานที่แรกของการเดทกันระหว่างทาคาโทชิกับเอมิ มีแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง สะพานซันโจ โดยเป็นสะพานเก่าแก่สำหรับใช้ข้ามแม่น้ำคาโมงาวะที่สร้างมาตั้งแต่สมัยเซ็นโคกุเลยทีเดียว ตัวบ้านเรือนและร้านค้ามีทั้งสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมและตึกอิฐแดงเก่าสไตล์ยุโรปอยู่ในระแวกเดียวกัน เป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นและสวยงามไม่เหมือนใคร


4.
鹿苑寺
ROKUONJI
วัดโรคุอง ชื่อนี้หลายคนคงไม่รู้จัก แต่ถ้าพูด วัดคิงคะคุ (金閣寺 – KINKAKUJI) หรือวัดทอง แลนมาร์คที่สำคัญแห่งหนึ่งของเกียวโต คงจะร้องอ้อทันที วัดแห่งนี้สร้างโดยโชกุนอาชิคางะ โยชิมิทสึ โดยท่านได้ซื้อพื้นที่บริเวณภูเขาคิตะยามะ อดีตบริเวณบ้านพักของไซออนจิ มาสร้างบ้านพักของท่านเอง มีชื่อว่า คิตะยามะโดโนะ ขึ้นมา ตัวสิ่งก่อสร้างกับสวนถูกประดับตกแต่งไปด้วยทองคำ ว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่งดงามราวกับเป็นแดนสุขาวดี หลังจากโชกุนโยชิมิทสึเสียชีวิต ที่นี่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นวัดตามความปรารถนาสุดท้ายของท่าน โดยได้นำตัวอักษรสองตัวจากคำว่า鹿苑院殿 (โรคุอง อินโดโนะ) ชื่อหลังมรณกรรมของท่านมาเป็นชื่อวัด ซึ่งก็คือ โรคุองจิ หรือ วัดโรคุอง นั่นเอง วัดโรคุองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมร่วมกับโบราณสถานอื่นๆ ในฐานะอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ


5.
慈照寺
JISHŌJI
วัดจิโช หรืออีกชื่อหนึ่งคือ วัดกิงคะคุ (銀閣寺 – GINKAKUJI) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อของ วัดเงิน เป็นวัดที่สร้างโดย โชกุนอาชิคางะ โยชิมาสะ หลานของโชกุนโยชิมิทสึ โดยยึดต้นแบบมาจากวัดโรคุอง โดยตั้งอยู่บนเขาฮิงาชิยามะ ในช่วงปั้นปลายชีวิต โชกุนโยชิมาสะได้ใช้ที่นี่เป็นสถานที่พำนักเพื่อศึกษาศิลปะกับพิธีชงชา และเข้าถึงความงดงามตามแบบธรรมชาติอันไร้การปรุงแต่ง หลังจากโชกุนโยชิมาสะเสียชีวิต ที่นี่ก็ได้เปลี่ยนเป็นวัด  และนำชื่อหลังมรณกรรมของท่าน 慈照院殿 (จิโช อินโดโนะ) มาเป็นชื่อวัดจิโช ซึ่งหากได้ไปชมวัดจิโชของจริง เราจะสัมผัสได้ถึงจิตใจที่แสวงหาความงดงามของโชกุนโยชิมาสะที่ยังคงอยู่ในวัดแห่งนี้มาตลอด 500 ปี วัดจิโชได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมร่วมกับโบราณสถานอื่นๆ ในฐานะอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ


6.
清水寺
KIYOMIZUDERA
วัดคิโยมิซุ หรือ วัดน้ำใส สัญลักษณ์อีกแห่งของเกียวโต และหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก วัดนี้มีประวัติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 778 หรือช่วงปลายสมัยนาระ สร้างโดยพระที่ชื่อว่า เคนชิน แห่งวัดโคจิมะ โดยตั้งอยู่บนเขาโอโตวายามะ มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากน้ำตกโอโตวะอยู่ในบริเวณวัด เชื่อกันว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้สามารถปลดทุกข์ให้กับผู้คนได้ ซึ่งก็กลายเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง อาคารหลักในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในภายหลังเมื่อปี ค.ศ. 1633 มีจุดเด่นตรงส่วนที่เป็นระเบียงชมวิวขนาดใหญ่ที่ค้ำด้วยเสาต้นเคยากิ 139 ต้น นอกจากนี้ ภายในวัด ยังมีสิ่งก่อสร้างกับวัตถุโบราณที่เป็นสมบัติประจำชาติและสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ากว่า 15 แห่งอีกด้วย


7.
鴨川
KAMOGAWA
แม่น้ำคาโมงาวะ แม่น้ำสายสำคัญของเมืองเกียวโต มีความยาว 23 กิโลเมตรที่ไหลผ่านตัวเมืองเกียวโตตั้งแต่เหนือจรดใต้ เป็นแม่น้ำที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอดีตเมืองหลวงแห่งนี้มายาวนานกว่า 1,000 ปี ซึ่งปัจจุบัน ชาวเมืองต่างช่วยกันอนุรักษ์ไว้จนแม่น้ำสายนี้ยังคงใสสะอาดดั่งเช่นในอดีต จนกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองและผู้คนทั่วไป


8.
叡山電鉄
EIZAN DENTETSU
การรถไฟเอซัง รถไฟสายท้องถิ่นของเมืองเกียวโต แบ่งเป็น 2 สายคือ สายเอซัง ฮอนเซ็น (Eisan Main Line) สิ้นสุดที่สถานียาเอะ ฮิเอะซังกุจิ (Yae-Hieizanguchi Eki) และสายคุรามะ (Kurama Line) สิ้นสุดที่สถานีคุรามะ (Kurama Eki) โดยทั้งสองสายให้บริการจากสถานีเดมาจิยานางิ (Demachiyanagi Eki) เหมือนกัน โดยในเรื่อง มหาวิทยาลัยศิลปะคิโนะที่ทาคาโทชิเรียนอยู่ก็อยู่ในทางเดียวกับรถไฟสายนี้ (มหาวิทยาลัยศิลปะคิโนะเป็นสถานที่แต่งขึ้น)


9.
伏見稲荷大社
FUSHIMI INARI TAISHA
ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ ศาลเจ้าหลักของเทพอินาริ เทพแห่งการเกษตรกรรมของญี่ปุ่น และเป็นศาลเจ้าต้นสังกัดของศาลเจ้าอินาริอื่นๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 30,000 แห่ง ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยนาระ ตั้งอยู่บนภูเขาอินาริ โดยมีพิธีอัญเชิญเทพอินาริให้มาสถิตย์ในศาลเจ้าเมื่อปี ค.ศ. 711 หรือกว่า 1,300 ปีมาแล้ว จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมายังศาลเจ้าแห่งนี้คือ เส้นทางประตูโทริอิหมื่นต้น ซึ่งเป็นเครื่องสักการะเพื่อแสดงความขอบคุณต่อความสำเร็จที่ผู้คนไปอธิษฐานเอาไว้


10.
京都市動物園
KYOTOSHI DŌBUTSUEN
สวนสัตว์เมืองเกียวโต เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 เป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น รองจากสวนสัตว์อุเอโนะ กรุงโตเกียว โดยในเรื่อง เป็นสถานที่ที่ทาคาโทชิไปวาดภาพร่างยีราฟ และเอมิไปหาทาคาโทชิที่นั่นในวันรุ่งขึ้นหลังจากทาคาโทชิสารภาพรักกับเอมิที่สวนสาธารณะทาคารางะอิเคะ

เรื่องโดย : แอดมินAor
Topic photo cr :
 
views
Aor
Editor
เป็นผู้หญิงที่เกิดในฤดูฝน มีความสุขกับการได้ออกเดินทาง สนุกกับการได้รู้จักผู้คน หลงใหลในวัฒนธรรมอาหาร ปัจจุบันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีทีมงานตัวใหญ่ๆ อยู่ที่นิตยสารดาโกะฉบับภาษาไทย เลี้ยงแมววัย 2 ขวบอยู่ 1 ตัวชื่อน้องขนมถ้วยฟู

บทความที่น่าสนใจ

© DATA&COMMUNIQUE EXPRESS CO.,LTD ALL RIGHTS RESERVED.
Data & Communique Express Co., Ltd.
No.38 Sukhumvit Road Soi 63 (Ekkamai 10 Yaek 2), Kwang Prakanong Nua, Khet Wattana, Bangkok 10110
T: +66 (0) 2382 1731 l F: +66 (0) 2382 1737 l E: thai@daco.co.th | W: www.daco.co.th, www.daco-thai.com